
40สว.ยื่นปปช.ลั่นเอาผิดสภาทาสซัดแดงปลุกม็อบกดดันทุกศาล
ความพยายามใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญเอาผิดกับสมาชิกรัฐสภา 312 คน ที่กระทำการฝ่าฝืนแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาวุฒิสมาชิกโดยมิชอบยังดำเนินต่อไป โดยเช้าวันนี้ (22 พ.ย.) วันชัย สอนศิริ สว.สรรหา จะเดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา สว. ขัดมาตรา 68 ไปยื่นเป็นหลักฐานเอกสารเพิ่มเติม
ความพยายามใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญเอาผิดกับสมาชิกรัฐสภา 312 คน ที่กระทำการฝ่าฝืนแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาวุฒิสมาชิกโดยมิชอบยังดำเนินต่อไป โดยเช้าวันนี้ (22 พ.ย.) วันชัย สอนศิริ สว.สรรหา จะเดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา สว. ขัดมาตรา 68 ไปยื่นเป็นหลักฐานเอกสารเพิ่มเติม
หลังจากก่อนหน้านี้ ประสาร มฤคพิทักษ์ และ ตวง อันทะไชย เคยยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบการกระทำของ 312 สส.สว. ที่เสนอและลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
“คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นใบเสร็จ เป็นหลักฐานน่าเชื่อถือได้ว่า สว.สส. 312 คน ได้กระทำความผิดแล้วตั้งแต่ประธานสภา เลขาธิการสภา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและ อุดมเดช รัตนเสถียร สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอร่างแก้ไขดังกล่าว และเชื่อว่า ป.ป.ช.จะเร่งวินิจฉัยโดยเร็ว เพราะมีพยานหลักฐานจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญชัดเจนและผูกพันทุกองค์กร” วันชัย กล่าว
วันชัย กล่าวว่า ถือเป็นการดำเนินคดีแบบสุดซอย ทุกประเด็นข้อกฎหมาย และดำเนินคดีแบบเหมาเข่ง ทั้ง สส. สว. ประธานรัฐสภา รองประธาน เจ้าหน้าที่คนใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วนการดำเนินคดีทางอาญาจะดำเนินการในฐานะภาคประชาชน โดยเอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่มิชอบ รวมทั้งการใช้เอกสารเท็จ
ประสาร กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การล้างแค้นหรือคำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัว แต่ต้องการรักษานิติรัฐ นิติธรรม และต้องการให้เกิดความสำนึกและรับผิดชอบของรัฐบาล ซึ่งจากคำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 2 ฉบับ คือ มาตรา 190 และมาตรา 68 ประกอบมาตรา 237 ที่อยู่ในกระบวนการเดียวกัน และอยู่ในข่ายที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว
ด้าน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า กรณี ป.ป.ช. รับเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา สว.ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า จะเรียกประชุมฝ่ายกฎหมายรัฐสภา หากมีการชี้แจงก็จะมอบให้ฝ่ายกฎหมายไปชี้แจง เรื่องนี้ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม ไม่รู้จะกังวลทำไม อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ทั้งนี้ ยืนยันว่าดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ และยืนยันว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณา เพราะไม่มีกฎหมายใดรองรับเรื่องนี้ ส่วนจะมีการเอาผิดกับข้าราชการที่ปลอมแปลงเอกสารหรือไม่นั้น สมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การปลอมแปลงเอกสาร แต่เป็นเรื่องที่ฝ่ายธุรการที่ปรับปรุงแก้ไขถ้อยคำ เช่น มาตรา 11/1 เปลี่ยนเป็นมาตรา 12 เนื้อหายังคงเดิม ไม่ได้เขียนถ้อยคำเพิ่ม แต่ปรับปรุงให้เหมาะสม ประเด็นนี้หารือกับฝ่ายกฎหมายรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว
การชุมนุมของมวลมหาประชาชนต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ถนนราชดำเนินผ่านมาถึงวันก่อนชุมนุมใหญ่หนึ่งวัน ยังคงมีผู้ชุมนุมเข้าฟังปราศรัยหนาแน่นต่อเนื่อง
สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ ปราศรัยว่า พรรคเพื่อไทยออกมาแถลงเป็นเสียงเดียวกับพรรคเพื่อไทย ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาวุฒิสมาชิกโดยมิชอบ พร้อมประกาศจะดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน
“การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ทำอย่างละเอียดรอบคอบ คนไทยมีใจเที่ยงธรรมทั้งหลายยกย่องสรรเสริญจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในประวัติศาสตร์การเมือง ผมได้บอกประชาชนไปแล้ว คนใช้วิธีปลอมร่างกฎหมาย ปิดปากฝ่ายค้าน สส. สว. ไม่ให้อภิปรายแปรญัตติ และคนที่ลงคะแนนเสียงให้เป็นสภาผัวเมียทั้งหมด ศาลบอกแล้วกระทำความผิดมีสิทธิติดคุกทุกคน พวกเขาจึงไม่ยอมรับ นอนฝันถึงคุกทุกคืน ตื่นเช้าจึงไม่ยอมรับคำพิพากษา ผู้ร้ายเป็นอย่างนี้ทุกคน” สุเทพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ถ้าแต่ละองค์กรไม่ยอมรับอำนาจซึ่งกันและกัน บ้านเมืองจะกลียุคขนาดไหน การที่พรรคเพื่อไทยเตรียมฟ้องเอาผิดศาลรัฐธรรมนูญที่ศาลยุติธรรม พวกนี้คงจำไม่ได้ เพราะคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ผูกพันถึงศาลยุติธรรมด้วย แต่คนพวกนี้จะเอาเสื้อแดงมาปลุกระดมให้เกลียดศาลยุติธรรมด้วย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจมาก
สุเทพ กล่าวว่า มีความพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามคำสั่งของระบอบทักษิณ บ้านเมืองมีฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ เมื่อบริหาร นิติบัญญัติมีส.ส.สว.เป็นพวกเขาแล้ว ก็ยังจะต้องการแก้ไขที่มาประธานศาลฏีกาให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร อำนาจตุลาการก็เป็นของเขาได้
สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แกนนำคนสำคัญอย่าง นิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. และ อุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. ได้ประชุมกันอย่างเคร่งเครียดเพื่อวางแนวทางการเคลื่อนไหว
การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นการเคลื่อนขบวนไปที่ถนนสีลม เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนออกมาร่วมต่อต้านรัฐบาลกับ คปท. โดยจะเคลื่อนขบวนไม่เกินเวลา 13.00 น. โดยใช้เส้นทางเดิมเหมือนที่เคยเคลื่อนขบวนไปรณรงค์คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 โดยใช้เส้นทางถนนราชดำเนิน หลานหลวง แยกราชเทวี ผ่านมาบุญครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพระราม 4 เข้าแยกศาลาแดง สิ้นสุดที่ถนนสีลม







