
สื่อนอกชี้รับบาลไทย "พ่ายแพ้" อีกครั้ง
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ซึ่งปฏิเสธความพยายามของรัฐบาลที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาที่ไปของวุฒิสมาชิกนั้น นับเป็นความพ่ายแพ้ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่กำลังเผชิญศึกหนักจากการประท้วงบนท้องถนนอยู่ในขณะนี้ ทว่าศาลยังคงสงวนผลลัพธ์กรณีที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ โดยไม่ตัดสินยุบพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 6 พรรค
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ซึ่งปฏิเสธความพยายามของรัฐบาลที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาที่ไปของวุฒิสมาชิกนั้น นับเป็นความพ่ายแพ้ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่กำลังเผชิญศึกหนักจากการประท้วงบนท้องถนนอยู่ในขณะนี้ ทว่าศาลยังคงสงวนผลลัพธ์กรณีที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ โดยไม่ตัดสินยุบพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 6 พรรค
เอพี ระบุว่า คำตัดสินของศาลครั้งล่าสุดนี้นับเป็นอีกหนึ่งความพ่ายแพ้ของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วุฒิสภาเพิ่งมีมติไม่รับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ต่างระบุว่าเป็นความพยายามนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศ
อย่างไรก็ดี บรรดานักวิเคราะห์ต่างเห็นตรงกันว่า แม้คำตัดสินของศาลจะไม่ถึงกับสั่งยุบพรรค แต่ก็อาจส่งผลให้วิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยร้าวฉานหนักขึ้น เนื่องจากทำให้กลุ่มการเมืองฝ่ายหนึ่งพอใจ แต่กลับสร้างความขุ่นเคืองให้กับอีกฝ่าย ซึ่งปัจจุบันกลุ่มการเมืองทั้งสองขั้วต่างก็รวมตัวประท้วงใหญ่กันอยู่แล้ว ส่วนผลการตัดสินจะนำไปสู่การปะทะกันหรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าทั้งสองขั้วการเมืองจะมีปฏิกิริยาต่อคำตัดสินครั้งนี้อย่างไร
ทั้งนี้ เอพี ระบุว่า ระบบศาลในประเทศไทยซึ่งมักจะมีแนวทางอนุรักษนิยมอย่างหนักนั้น เป็นภาคส่วนที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการต่อสู้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แม้กระทั่งก่อนที่จะเกิดการรัฐประหารในปี 2006 โดยศาลมีคำตัดสินที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตรงข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ และยังมีคำตัดสินที่นำไปสู่การถอดถอนนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยอีก 2 คนตามมา
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า เปรียบเสมือนการทำสงครามระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ
ทางด้านสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า พรรคร่วมรัฐบาลนั้นสามารถรอดพ้นการถูกลงโทษยุบพรรค ซึ่งเป็นบทลงโทษที่เสี่ยงต่อการนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองครั้งใหม่ในประเทศไทยได้ หลังจากที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงให้ความเห็นเบื้องต้นว่า เป็นคำตัดสินที่ไม่มีใครได้เสีย แม้ว่าทางกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่พอใจที่ศาลตัดสินให้การแก้ไขที่มา สว.ครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ผิดรัฐธรรมนูญก็ตาม
ทั้งนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะยังคงอยู่ในบรรยากาศของการแตกแยกทางการเมืองอย่างหนัก ทว่าก็ไม่ลืมที่จะให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากที่ฟิลิปปินส์เผชิญพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนจนประเทศได้รับความบอบช้ำอย่างหนัก
เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์เอบีเอส ซีบีเอ็น ในฟิลิปปินส์ รายงานว่า เครื่องบิน 2 ลำจากกองทัพอากาศประเทศไทย ได้ลำเลียงความช่วยเหลือไปถึงเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์แล้ว ประกอบไปด้วยสิ่งของบรรเทาทุกข์ทั้งอาหาร ยา เต็นท์ และเครื่องกรองน้ำรวมกว่า 20 ตัน รวมไปถึงทหาร แพทย์ และเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานของรัฐ 59 คน







