posttoday
ประชาคมอาเซียน : โอกาสและภาระที่มาพร้อมกัน (1)

ประชาคมอาเซียน : โอกาสและภาระที่มาพร้อมกัน (1)

20 พฤศจิกายน 2556

เมื่อมีคนพูดถึงประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ส่วนใหญ่มักจะมองว่าเป็น “โอกาสอาเซียน” (ASEAN Opportunity) เพราะ AEC เป็นตลาดผู้บริโภคสินค้าที่มีลักษณะคล้ายกับประเทศไทย และเป็นโครงข่ายฐานการผลิตทั้งด้านแรงงานและทรัพยากรทางธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อการขยายการลงทุน การรวมกลุ่มเป็น AEC ทำให้เกิดตลาดในภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่ สามารถนำจุดแข็งของแต่ละประเทศมาเสริมกับจุดแข็งของประเทศไทยเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดในการผลิต การส่งออก และการบริการ นอกจากนี้ยังเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซียน + (ASEAN plus) กับประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เอื้อประโยชน์ทางการค้าอย่างมาก ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน บวกประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะส่งเสริมอุตสาหกรรม ระบบการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนช่วยทำให้ประเทศไทยสามารถขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรพื้นฐานได้เพิ่มขึ้น เพราะในอนาคตความต้องการด้านอาหารมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ความต้องการด้านพลังงาน รวมทั้งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงอื

เมื่อมีคนพูดถึงประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ส่วนใหญ่มักจะมองว่าเป็น “โอกาสอาเซียน” (ASEAN Opportunity) เพราะ AEC เป็นตลาดผู้บริโภคสินค้าที่มีลักษณะคล้ายกับประเทศไทย และเป็นโครงข่ายฐานการผลิตทั้งด้านแรงงานและทรัพยากรทางธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อการขยายการลงทุน การรวมกลุ่มเป็น AEC ทำให้เกิดตลาดในภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่ สามารถนำจุดแข็งของแต่ละประเทศมาเสริมกับจุดแข็งของประเทศไทยเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดในการผลิต การส่งออก และการบริการ นอกจากนี้ยังเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซียน + (ASEAN plus) กับประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เอื้อประโยชน์ทางการค้าอย่างมาก ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน บวกประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะส่งเสริมอุตสาหกรรม ระบบการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนช่วยทำให้ประเทศไทยสามารถขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรพื้นฐานได้เพิ่มขึ้น เพราะในอนาคตความต้องการด้านอาหารมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ความต้องการด้านพลังงาน รวมทั้งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงอื่นๆ นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย

สิ่งที่ในวันนี้ต้องมีการพูดถึงให้มากและต้องให้ความสำคัญก็คือคำว่า “ภาระอาเซียน” หรือ ASEAN Burden เพราะสิ่งหนึ่งที่ต้องเกิดขึ้นกับการรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน คือ “มาตรฐานอาเซียน” และเราก็ไม่สามารถปฏิเสธในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อมีการรวมกลุ่มกันเกิดขึ้น และเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในฐานะเป็นประชาคมเดียวกัน “มาตรฐาน” จึงต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง เพราะจากนี้ไปสินค้าของประเทศไทย สินค้าของพม่า หรือสินค้าของเวียดนามจะถูกส่งออกในนามของ “สินค้าของอาเซียน” ดังนั้น เพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ภูมิภาคอื่น หรือสากล คำว่า “มาตรฐาน” หรือ Standard จึงเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันภายใต้กรอบประชาคมอาเซียน กรณีของ AEC นั้น “มาตรฐาน” ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะในการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวนั้น จะต้องมีการใช้กฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศสมาชิกเป็นอย่างเดียวกัน (Harmonization of Rules and Regulations) ซึ่งเป็นเรื่องการมาตรฐานคุณภาพ ราคา อัตราภาษีรวมถึงกฎระเบียบในการซื้อขาย การขจัดมาตรการและการกีดกันต่างๆ รวมถึงมาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้า การอำนวยความสะดวก เป็นต้น

กรณีที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือกรณีของการตั้งกำแพงภาษี กระบวนการผลิตภาคเกษตร ซึ่งหมายความว่า หากผลิตสินค้าหรือผลิตผลทางการเกษตรที่ไม่ได้หลักเกณฑ์ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ผู้ผลิตหรือประเทศต้นทางที่ผลิตสินค้าก็จะไม่สามารถขายสินค้าได้ กรณีของด้านประชาคมและวัฒนธรรมก็เช่นกัน ซึ่งในอนาคตจะ “ต้อง” มี ได้แก่ มาตรฐานการคุ้มครองคน ซึ่งก็คือความเท่าเทียมกัน หรือความเป็นมาตรฐานในการดำเนินการ หรือการให้บริการใน 6 เรื่อง ได้แก่ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การคุ้มครองการจัดสวัสดิการสังคม สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม ความยั่งยืนด้าน สิ่งแวดล้อม การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน และการลดช่องว่างการพัฒนา

ซึ่งหมายความว่า หากเด็กไทย นักเรียนไทย หรือคนไทย ได้รับการจัดสวัสดิการใด พลเมืองของประเทศภาคีสมาชิกอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกของประชาคมอาเซียนควรต้องได้รับในมาตรฐานเดียวกัน อาทิ การให้บริการสวัสดิการทั้งหลาย ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข โรงพยาบาล ที่อยู่อาศัย การสาธารณูปโภคต่างๆ ต้องได้รับอย่างน้อยขั้นต่ำ เรียกว่าเป็นมาตรฐานขั้นต่ำด้านการรักษาพยาบาล มาตรฐานขั้นต่ำด้านแรงงาน มาตรฐานขั้นต่ำของสวัสดิการ มาตรฐานขั้นต่ำด้านการดูแลเด็ก การคุ้มครอง การสร้างความยุติธรรม เป็นต้น ในเรื่องของการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดบริการสาธารณะนั้น เดิมอาจจะมีเพียงองค์กรกำกับดูแลในระดับรัฐ ซึ่งอาจจะเป็นอำเภอ จังหวัด หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หากแต่เมื่อประชาคมอาเซียนมาถึง จะมีองค์กรที่อยู่เหนือรัฐหรือเหนือประเทศไทย คือ มาทำหน้าที่ในการกำกับดูแลมาตรฐานในการจัดบริการสาธารณะ เพราะนั่นคือมาตรฐานอาเซียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คืองานที่กลายเป็นภาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด

คำถามหรือโจทย์สำหรับวันนี้คือ ในเชิงของพื้นที่ (Area Base) แต่ละพื้นที่ในจังหวัด กลุ่มจังหวัด จะกำหนดสถานะ (Positioning) อย่างไร และหากแยกพิจารณาในแต่ละพื้นที่จะพิจารณาหรือวิเคราะห์อย่างไรว่าแต่ละพื้นที่ควรจะปรับตัวอย่างไร และแต่ละพื้นที่ควรจะ “รุก” หรือ “รับ” กับความเปลี่ยนแปลงที่มากับประชาคมอาเซียน ทั้งที่เป็นทั้ง “โอกาส” และ “ภาระ” อย่างไร

เมื่อหลายปีก่อน ปัญหาสำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทย คือ ขาดเจ้าภาพ แต่วันนี้ในบางภารกิจเริ่มชัดเจนแล้วว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบเรื่องใด อาทิ กรมเจรจาฯ รับผิดชอบเรื่องการทำพิมพ์เขียว (Blue Print) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบเรื่องวิธีการผลิต ควบคุม มาตรฐานสินค้าทางการเกษตร กระทรวงการต่างประเทศ รับผิดชอบเรื่องการเจรจากับประเทศสมาชิกและคณะกรรมการต่างๆ กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการจัดหาตลาดเพื่อการส่งออกสินค้าและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น การแบ่งความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นการแบ่งความรับผิดชอบตามภาระหน้าที่ (Functions Base) หากแต่ในเชิงของพื้นที่ (Area Base) ยังไม่ชัดเจน หรือรัฐอาจจะยังไม่ได้คิดวิเคราะห์ พิจารณาในประเด็นนี้ ฉะนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องกลับมาคิดในเรื่อง Plan Change เปลี่ยนอย่างมีการวางแผน และ Plan Growth ซึ่งก็คือการโตอย่างมีการวางแผน ซึ่งหมายความว่า การกำหนดสถานะของเมือง (Positioning) ของพื้นที่สำคัญสำหรับสถานะ (Positioning) ของประเทศไทยในประชาคมอาเซียน หรือแม้ว่าประเทศไทยเรามีแผนจำนวนมากที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ How to (ทำอย่างไร) และ Who done (หน่วยงานหรือองค์กรใดที่จะมีหน้าที่รับผิดชอบ)

โจทย์หรือวาระสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวันนี้ คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเตรียมตัวอย่างจริงจังและมองไกลกว่าที่ทำในปัจจุบัน เพราะขณะนี้เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวรับกับประชาคมอาเซียน ทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษามักจะแก้ปัญหาด้วยการปักธงประจำชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนไว้บริเวณหน้าโรงเรียน หรือแม้กระทั่งการสั่งการให้เด็กนักเรียนท่องชื่อเมืองหลวงของประเทศ หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมองสถานะ (Positioning) ของเมืองตนเองในประชาคมอาเซียนออก และสามารถวิเคราะห์ต่อไปได้ว่าเมืองและประชากรในเมืองจะเติบโตอย่างไร เปลี่ยนแปลงอย่างไร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะสามารถเตรียมการได้หลายเรื่อง สิ่งเหล่านี้ คือ โจทย์ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรต้องเตรียมรับมือและอย่าตระหนก แต่ต้องคิดอย่างมีสติ คิดล่วงหน้า และคิดร่วมกันกับ “หุ้นส่วน” ให้รอบคอบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท