posttoday
เศรษฐกิจไทยจนมุม

เศรษฐกิจไทยจนมุม

20 พฤศจิกายน 2556

ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานความเคลื่อนไหวสภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 เดือน ก.ค.ก.ย. พบว่า ขยายตัวต่ำกว่าคาดเพียง 2.7% หดตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 2.9% ผ่านการตั้งคำถามว่า ความต้องการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของไทยหายไปไหน จนเป็นเหตุให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ประเทศปรับตัวลดลงเช่นนี้

ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานความเคลื่อนไหวสภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 เดือน ก.ค.ก.ย. พบว่า ขยายตัวต่ำกว่าคาดเพียง 2.7% หดตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 2.9% ผ่านการตั้งคำถามว่า ความต้องการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของไทยหายไปไหน จนเป็นเหตุให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ประเทศปรับตัวลดลงเช่นนี้

รายงานอ้างความเห็นของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ บริษัทวิจัยเศรษฐกิจในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมีแนวโน้มอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน มี.ค. และมีทิศทางซบเซาลงอีกจากสัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งในไตรมาส 2 อยู่ที่ 80% ของจีดีพีทีเดียว

“ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคร่วงลงใกล้เคียงระดับช่วงเกิดวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ และเมื่อครั้งเกิดเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 50 ปี เมื่อปี 2011” รายงานระบุ

สื่อชื่อดังมองว่าภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการบริโภคมากที่สุด หนีไม่พ้นภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ภายหลังจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลง ได้ฉุดรั้งให้ความต้องการทั้งตลาดรถยนต์และจักรยานยนต์ลดความร้อนแรงลงจากเมื่อปลายปี 2012

ยืนยันได้จากยอดขายรถยนต์และจักรยานยนต์ร่วงลง 5.2% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ปรับตัวลดลงถึง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน เช่นเดียวกับยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ร่วงลง 26% หรือลดลงราว 5.2 หมื่นคัน

ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานอ้างความเห็นของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ ซึ่งมองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ไทยตกอยู่ในภาวะจนมุม เนื่องจากความต้องการภายในประเทศที่ปรับตัวลดลงได้กดดันให้รัฐบาลต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเพื่อกระตุ้นความต้องการบริโภคในประเทศผ่านโครงการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันโครงการ 2 ล้านล้านบาท เพื่อยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม

อย่างไรก็ตาม ความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ อาจเป็นการสร้างแรงกดดันต่อสถานะการคลังของประเทศ และอาจเพิ่มความตึงเครียดทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“เหตุเพราะในขณะนี้ภาคเอกชนกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยที่จะต้องทำหน้าที่กระตุ้นการเติบโต อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลได้วางแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ทว่าการผลักดันโครงการดังกล่าวยังคงเผชิญอุปสรรคต่างๆ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่โครงการเหล่านี้อาจไม่สามารถเริ่มต้นเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2014 ได้ทันเวลา” รายงานของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ กล่าวเตือนทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท