
แนะถอดถอน 312 สส.-สว. ไม่รับอำนาจศาล รธน.
ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาวุฒิสภาเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 20 พ.ย.
ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาวุฒิสภาเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 20 พ.ย.
แต่ไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาเป็นคุณหรือโทษ ปรากฏว่า สมาชิกรัฐสภา 312 คน ที่ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับออกแถลงการณ์ล่วงหน้าไม่ยอมรับอำนาจการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
บรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยว่า การที่สมาชิกรัฐสภา 312 คน แถลงไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ และประธานรัฐสภาแถลงว่าศาลไม่อาจก้าวล่วงได้นั้น การกระทำเช่นนี้ถือว่าผิดมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเด็ดขาดมีผลผูกพันรัฐสภา เพราะฉะนั้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าเด็ดขาดมีผลชี้นำสภา ซึ่งการกระทำของ สส. และประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นองค์กรในอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ส่อขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย สามารถยื่นถอดถอนได้ทันที
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงว่า การที่ สส.และ สว.ฝ่ายรัฐบาลประกาศไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการไม่ยอมรับนิติรัฐที่เป็นหัวใจของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่ผ่านมาชอบอ้างประชาธิปไตยถือเป็นแค่คำพูดสวยหรู และหากศาลวินิจฉัยไม่เป็นประโยชน์ก็จะออกมาปฏิเสธ และหลักการก็จะไม่มีประโยชน์ จะมีก็แต่ “หลักกู” เท่านั้น จึงขอให้กำลังใจศาลที่จะปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมาเพื่อเป็นหลัก
วันที่ 19 พ.ย. สมาชิกรัฐสภา 312 คน ได้ออกมาแถลงข่าว โดยกฤช อาทิตย์แก้ว สว.กำแพงเพชร อ่านแถลงการณ์ชี้แจงเหตุผลแห่งการไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาโดยที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะเข้าไปตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งแตกต่างจากการตราพระราชบัญญัติทั่วไป
“ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องในกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากมาตรา 68 วรรคสองของรัฐธรรมนูญผู้ทราบการกระทำจะต้องยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน”
นอกจากนี้ การตีความขยายเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้ ถือเป็นการใช้อำนาจตุลาการล่วงล้ำ แทรกแซงการใช้อำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ อันนับเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ดังนั้น หากยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญขยายเขตอำนาจของตนเองเรื่อยไป อันมีผลเท่ากับศาลรัฐธรรมนูญบัญญัติรัฐธรรมนูญขึ้นเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวสมาชิกรัฐสภาจึงไม่ยอมรับอำนาจการพิจารณาวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้







