posttoday
ล้านคนยกระดับ"ปิดเกม"

ล้านคนยกระดับ"ปิดเกม"

19 พฤศจิกายน 2556

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ชักธงรบรอบใหม่ 24 พ.ย.นี้ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ประกาศกร้าวให้เป็น “วันประวัติศาสตร์” ขจัดระบอบทักษิณออกจากประเทศไทย พร้อมตั้งเป้ามวลชนรอบนี้ถึงล้านคน

ว่ากันว่า งานนี้เป็นด่านทดสอบพลังมวลชนครั้งสำคัญ ว่าจะสามารถเปิดเกมรุกครั้งใหญ่เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย “ปิดเกม” ให้ได้ในสิ้นเดือน

สะท้อนผ่านคำพูดของ “สุเทพ” ที่ว่า ขอให้มาร่วมกันชุมนุมให้ได้นับล้านๆ คน และวันนั้นจะเป็นวันออกศึก เพื่อนำไปสู่การต่อสู้ให้หลุดพ้นจากความเป็นทาสของระบอบทักษิณ และลูกหลานพวกเราจะได้เป็นเสรีชนบนแผ่นดินแห่งนี้เสียที

แม้ที่ผ่านมาในช่วงยืดเส้นยืดสาย จำนวนมวลชนที่เข้าร่วมกับ “ม็อบนกหวีด” จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในจังหวะการประกาศ “ยกระดับ” การเคลื่อนไหว 2 รอบที่ผ่านมา จนล่าสุดประเมินว่ายอดผู้ชุมนุมทะลุหลักแสน

แต่เป้าหมาย 1 ล้านคน ในรอบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย!!!

ต้องยอมรับว่ามวลชนที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นไปในลักษณะ “จัดตั้ง” ที่ชี้นิ้วสั่งได้

ทว่า เป็น “พลังมวลชน” ที่ตื่นตัวกับการออกมาคัดค้านในสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง และค่อยขยายวงกว้างเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังกลุ่มสาขาวิชาชีพต่างๆ เปิดหน้าออกมาคัดค้านเต็มตัว ดังนั้นการระดมมวลชนออกมาให้ได้ขนาดล้านคนนั้นต้องมี “ปัจจัย” ที่มีอานุภาพพอจะ “เรียกแขก” ให้ออกมาชุมนุมได้เพิ่มเติมจากที่ปักหลักชุมนุมอยู่ในปัจจุบัน

ส่องดูในห้วงเวลาที่เหลือไม่กี่วันนี้ มีอยู่เพียงแค่ 2 ปัจจัย ที่พอจะทำให้มวลชนออกมาเคลื่อนไหวได้มากมายขนาดนั้น

ประการแรก คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่ สส. สว. ยื่นให้ตีความว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ สว.ขัดมาตรา 68 หรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 20 พ.ย.นี้

มองกันว่า ในกรณีหากศาลวินิจฉัยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ขัดมาตรา 68 ที่เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ นั่นจะต้องตีความต่อไปในประเด็น “ยุบพรรค” ซึ่งมี 6 พรรคการเมืองร่วมลงรายชื่อ

ประเด็นนี้ย่อมถูกหยิบยกมาเป็นชนวนปลุกการเคลื่อนไหว ปูทางไปสู่วันที่ 24 พ.ย.นี้ เพราะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นอีกประเด็นที่มีกระแสต่อต้านคัดค้านรุนแรง

โดยเฉพาะกับข้อครหาเรื่องความพยายามสยายปีกเข้าไปครอบงำ “สภาสูง” ซึ่งจะมีอำนาจทั้งในการคัดกรองกฎหมาย สรรหาถอดถอน บุคคลออกจากตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม แม้ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ยุบพรรค แต่ก็ไม่อาจทำให้เกิดภาวะสุญญากาศ หรือมีผลกระทบต่อคะแนนเสียงของรัฐบาล

โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย หากในกรณียุบพรรคจะมีกรรมการบริหารพรรคที่จะพ้นจากตำแหน่งนั้นเพียงแค่ 6 คน โดย 3 คน เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่คนอื่นๆ สามารถไปสังกัดพรรคใหม่ได้ในระยะเวลาที่กำหนด ไม่มีผลให้การทำงานต้องหยุดชะงัก

ประการที่ 2 การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเวลานี้กำลังจะเป็นปัญหาเมื่อทาง “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาสกัดฝ่ายค้านว่า ญัตติไม่สมบูรณ์เพราะไม่ได้แนบรายละเอียดประเด็นที่จะอภิปรายทั้งนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย

บางฝ่ายมองว่าประเด็นการยื้อญัตติอภิปรายครั้งนี้ เป็นเพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านนำไปเป็นเชื้อที่จะขยายผลในการระดมมวลชน24 พ.ย.นี้ เพราะห่วงหมัดเด็ดที่ฝ่ายค้านอุบไต๋ไว้

บางกระแสมองว่า เพราะต้องการเปิดช่อง “ยุบสภา” ไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย เผื่อเข้าตาจนจริงๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเด็ดล็อกจนไม่มีทางออก

การปิดกั้นการอภิปรายรอบนี้ จึงถูกมองว่าจะเป็นชนวนปลุกเร้าให้ “มวลชน” ออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้ “สุเทพ” ต้องประกาศระดมมวลชนให้ได้ถึง 1 ล้านคนนั้น ส่วนหนึ่งเพราะต้องการ “พลังมวลชน” ที่มากเพียงพอที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้

เพราะที่ผ่านมากระแสมวลมหาประชาชนที่ขยายตัวไปในวงกว้าง แม้จะทำให้แผนดันกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยต้องหยุดชะงักลง แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับเป้าหมายการถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณ จึงต้องประกาศระดมมวลชนครั้งสำคัญ เพื่อให้มีน้ำหนักเพียงพอที่รัฐบาลจะรับฟัง

ยิ่งในวันที่มวลชนคนเสื้อแดงประกาศระดมพลตั้งเป้าไว้ 1 แสนคน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานตั้งแต่วันนี้ข้ามคืนถึงวันที่ 20 พ.ย. การระดมพลวันที่ 24 พ.ย.นี้ ย่อมถือเป็นการประชันกำลังกันครั้งสำคัญระหว่างสองฝั่ง

นั่นทำให้ “สุเทพ” ต้องประกาศเรียกร้องให้นักรบหน้าจอที่เคลื่อนไหวอยู่ในโซเชียลมีเดีย หรือกลุ่มไทยเฉย ออกมาเคลื่อนไหวในยกนี้ให้มากที่สุด

รวมไปถึงการประสานงานไปยังฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายการศึกษา นักธุรกิจ ภาคเอกชน ตลอดจนกลุ่มต่างๆ ให้ออกมาแสดงพลังในรอบนี้

พร้อมกันนี้ยังได้ระดมทุกสรรพกำลัง ปลุกมวลชนจากต่างจังหวัดให้ทยอยเคลื่อนพลเข้ากรุงเทพฯ แถมยังได้วางแผนสอดประสานไปกับมวลชนจากกลุ่ม คปท.และ กปท. ที่ปักหลักมวลชนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ตามยุทธศาสตร์แยกกันเดินร่วมกันตี

เมื่อยุทธศาสตร์กระจายตัวกันเคลื่อนไหวตามจุดต่างๆ ช่วยให้การตั้งรับของเจ้าหน้าที่ทำได้ยาก ยังไม่รวมกับการเคลื่อนไหวในต่างจังหวัดที่จะไปรวมตัวกันชุมนุมที่ศาลากลางในแต่ละพื้นที่

ที่สำคัญ การยึดหลักต่อสู้ด้วยมือเปล่า สงบ สันติ และอหิงสา ย่อมถือเป็นกรอบ จำนวนมวลชนที่จะออกมาเคลื่อนไหว ย่อมเป็นตัวแปรสำคัญที่จะสร้างพลังให้รัฐบาลหันมาสนใจรับฟังเสียง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้หากได้จำนวนที่มากเพียงพอ ย่อมจะนำไปสู่การขอฉันทามติครั้งสำคัญ ที่เป็นไปได้หลายแนวทาง รวมทั้งมองข้ามช็อตไปถึงการปฏิรูปการเมือง เพื่อให้หลุดพ้นจากวังวนความขัดแย้งที่เป็นอยู่ในเวลานี้

ส่วนจะไปถึงเป้าหมายอย่างไร ต้องรอดูพลังมวลชนในวันที่ 24 พ.ย.นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท