posttoday
312ส.ว.-ส.ส.แถลงไม่รับอำนาจศาลรธน.

312ส.ว.-ส.ส.แถลงไม่รับอำนาจศาลรธน.

19 พฤศจิกายน 2556

312 สส.สว.ออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับอำนาจศาลรธน.วินิจฉัยแก้รธน.ที่มา ส.ว. อ้างไม่มีอำนาจพิจารณาตั้งแต่ต้น ย้ำแก้รธน.รายมาตราเป็นอำนาจเสียงข้างมาก

312 สส.สว.ออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับอำนาจศาลรธน.วินิจฉัยแก้รธน.ที่มา ส.ว.  อ้างไม่มีอำนาจพิจารณาตั้งแต่ต้น ย้ำแก้รธน.รายมาตราเป็นอำนาจเสียงข้างมาก

เมื่อเวลา 10.30น.ตัวแทนคณะสมาชิกรัฐสภา 312 คนที่ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาสว.ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ปฎิเสธและไม่ยอมรับอำนาจการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ นำโดย นายกฤช อาทิตย์แก้ว สว.กำแพงเพชร นายอำนวย คลังผา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล และ นายไพบูลย์ ซำศิริพงศ์ สว.ปทุมธานี

ทั้งนี้ นายกฤช อ่านแถลงการณ์ว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติรับคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้พิจารณาหลายคดีด้วยกัน ซึ่งสมาชิกรัฐสภาประกอบกับด้วยสส.และสว. ผู้ถูกร้องได้ปฎิเสธและไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการรับคดีไว้พิจารณาดังกล่าว โดยไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญอันเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายในนามของผู้แทนปวงชนชาวไทย ขอแถลงการณ์มายังพี่น้องประชาชนที่เคารพทุกท่าน เพื่อชี้แจงเหตุผลแห่งการไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญดังนี้

1.การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา โดยที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะเข้าไปตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งแตกต่างจากการตราพระราชบัญญัติทั่วไป

2.การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นมาตรา 190 การแก้ไขที่มาของสว. หรือเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองตามมาตรา 237 ไม่อยู่ในข้อห้ามของการแก้ไขเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 วรรคสอง รัฐสภาย่อมสามารถดำเนินการได้ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นอำนาจของรัฐสภาที่สามารถดำเนินการได้

3.การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มิใช่การใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอันจะอยู่ในบังคับ มาตรา 68 วรรคแรก ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าไปตรวจสอบและวินิจฉัยได้ แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้อำนาจไว้

4.ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องในกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากมาตรา 68 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ผู้ทราบการกระทำจะต้องยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

5.การที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าตนเองมีอำนาจรับคำร้องได้โดยตรงนั้น เป็นการทำลายหลักการและสาระสำคัยญของรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคสองที่กำหนดให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นคำร้องกรณีจึงถือว่าศาลรัฐธรรมนูญกระทำการอันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญเสียเอง และส่งผลกระทบต่อการใช้อำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุด

นอกจากนี้ การตีความขยายเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้ ถือเป็นการใช้อำนาจตุลาการล้วงล้ำ แทรกแซงการใช้อำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ อันนับเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ดังนั้น หากยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญขยายเขตอำนาจของตนเองเรื่อยไป อันมีผลเท่ากับศาลรัฐธรรมนูญบัญญัติรัฐธรรมนูญขึ้นเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวสมาชิกรัฐสภาจึงไม่ยอมรับอำนาจการพิจารณาวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้

ด้าน นายอำนวย กล่าวว่า การออกมาแสดงตนของสมาชิกรัฐสภาครั้งนี้ เพื่อแสดงการคัดค้าน ไม่ยอมรับการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเราไม่ได้กระทำผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคสอง เพราะเราไม่ใช่บุคคลหรือพรรคการเมือง แต่เราเป็นสมาชิกรัฐสภาที่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากศาลตัดสินออกมาในทางลบจะดำเนินการอย่างไร นายกฤช ตอบว่า เราจะไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัย เพราะขณะนี้เรื่องอยู่ในขั้นรอทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานลงมา และเมื่อผลออกมาเราก็จะประกาศไม่รับอำนาจศาล ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อศาลที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญโดยไม่ชอบ อาทิ การถอดถอน การดำเนินคดี โดยขณะนี้ยังไม่ได้คิด แต่ยืนยันว่าศาลไม่มีอำนาจกระทำรับเรื่อง ไม่ใช่ศาลกระทำผิด ดังนั้น ในเมื่อการรับเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญไม่ชอบอยู่แล้ว เรื่องการวินิจฉัยของศาลคงไม่ต้องพูดถึง

เมื่อถามย้ำว่า ถือเป็นการกดดันพระราชอำนาจหรือไม่ นายกฤช ปฏิเสธตอบคำถาม โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่ขอก้าวล่วง

312ส.ว.-ส.ส.แถลงไม่รับอำนาจศาลรธน.

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท