
สมช.เฝ้าระวังไม่ให้ม็อบ 2 ฝ่ายเผชิญหน้า
เลขาสมช. สั่งจับตาสถานการณ์การชุมนุมใกล้ชิด ระวังไม่ให้ 2 ฝ่ายเผชิญหน้า ห่วงมือที่ 3 เชื่อศาลรธน.พิจารณาอย่างรอบคอบเป็นธรรม
เลขาสมช. สั่งจับตาสถานการณ์การชุมนุมใกล้ชิด ระวังไม่ให้ 2 ฝ่ายเผชิญหน้า ห่วงมือที่ 3 เชื่อศาลรธน.พิจารณาอย่างรอบคอบเป็นธรรม
วันที่ 19 พ.ย. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เปิดเผยว่า ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งที่ถนนราชดำเนิน สะพานมัฆวาน และสนามกีฬาราชมังคลา โดยหลักสำคัญคือต้องไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างมวลชนทั้งสองฝ่าย และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลว่า จะมีมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ เพราะเป็นปกติที่การชุมนุมเช่นนี้จะมีคนพยายามฉวยโอกาสให้เกิดความรุนแรง
ทั้งนี้จะไม่มีการประกาศขยายพื้นที่ใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ พ.ร.บ.ความมั่นคง เนื่องจากยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ก็จะมีการดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด และการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง เนื่องจากต้องการให้สถานที่สำคัญทางราชการอาทิ ทำเนียบรัฐบาล หรือ รัฐสภา ทำงานได้ปกติ
ส่วนการที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ของสมาชิกวุฒิสภา ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ในวันที่ 20 พ.ย. นั้น พล.ท.ภราดรมั่นใจว่า ศาลจะพิจารณาอย่างรอบด้าน คำนึงถึงความเป็นธรรม และเชื่อว่าในวันที่ 24 พ.ย. นี้ จะมีประชาชนออกมาชุมนุมที่เวทีราชดำเนิน ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี ในฐานะแกนนำกลุ่มต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ประกาศนัดรวมพลชุมนุมใหญ่ ได้เพียงหลักหมื่นเท่านั้น







