posttoday
ต้องตั้งรับ

ต้องตั้งรับ

18 พฤศจิกายน 2556

มหาวาตภัยในฟิลิปปินส์ครั้งนี้เห็นแล้วน่าหดหู่ใจไม่น้อยค่ะ นับเป็นภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดของโลกในรอบกว่า 2 ปีเลยทีเดียว นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว ควบสึนามิ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหลที่ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011

มหาวาตภัยในฟิลิปปินส์ครั้งนี้เห็นแล้วน่าหดหู่ใจไม่น้อยค่ะ นับเป็นภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดของโลกในรอบกว่า 2 ปีเลยทีเดียว นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว ควบสึนามิ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหลที่ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011

ทว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เหมือนญี่ปุ่น และไม่เหมือนแม้กระทั่งสึนามิปี 2004 ถ้าจะให้เปรียบสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ก็ต้องบอกว่าน่าจะเหมือนกับ “เฮติ” ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวเมื่อปี 2010

ข่าวที่ออกมาในช่วงนี้แทบจะก๊อบปี้เหตุการณ์ครั้งนั้นมาเลยทีเดียวก็ว่าได้ ทั้งปัญหาการปล้นสะดมที่ระบาดไปทั่ว ความช่วยเหลือที่เข้าไม่ถึงและการต่อสู้กับความหิวโหยและโรคภัยไข้เจ็บของผู้รอดชีวิต

ปัญหาครั้งนี้จึงอาจเป็นเพียงแค่ปลายเหตุที่สะท้อนให้เห็นต้นตอของปัญหาตัวแม่ที่ใหญ่กว่านั้น ซึ่งก็คือ มาตรการป้องกัน และการบรรเทาภัยพิบัติในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ฟิลิปปินส์นั้นเป็นที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของที่ตั้งในเขตวงแหวนแห่งไฟ ซึ่งทำให้ต้องเจอกับความเสี่ยงภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่บ่อยครั้งทั้งพายุและแผ่นดินไหว

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า การพัฒนาประเทศในแถบอาเซียนเรานี้มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการรับมือภัยธรรมชาติ และมักจะรอให้เกิดความพินาศวอดวายขึ้นเสียก่อน จึงค่อยมานั่งล้อมคอกกันทีหลัง

ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย เช่น นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียได้วิจารณ์ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นต่างก็ล้มเหลวในการจัดการกับภัยพิบัติครั้งนี้ ตั้งแต่การเตือนให้อพยพไปจนถึงการบรรเทาทุกข์ และที่เลวร้ายที่สุดก็คือ แม้ฟิลิปปินส์จะเกิดภัยพิบัติบ่อยครั้ง แต่รัฐบาลก็ยังคงมีปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วเท่านั้น

สถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในฟิลิปปินส์ในอินโดนีเซียยังคงมีปัญหาเรื่องการเตือนภัยสึนามิและแผ่นดินไหว ที่ยังคงไม่สมบูรณ์แม้จะเคยผ่านบทเรียนเมื่อปี 2004 มาแล้วก็ตาม ส่วนในไทยเราก็ยังต้องลุ้นว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ท่วมกันอยู่ทุกปี ทั้งที่ภัยธรรมชาติเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจออยู่แล้ว และเคยผ่านบทเรียนมาหลายต่อหลายครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหาครั้งใหม่อีก

การพัฒนาทั้งหลายในอาเซียนที่มาพร้อมแรงดึงดูดจากตลาดชนชั้นกลาง 600 ล้านคน ในภูมิภาคนี้ จึงไม่ควรเทไปยังการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อเอาใจนักลงทุนต่างชาติเพียงด้านเดียว แต่ต้องพัฒนาการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติเพื่อคนในประเทศเองด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท