
ธุรกิจอสังหาฯ ชายแดนใต้บูมท่ามกลางเปลวไฟที่ยังร้อนระอุ
ท่ามกลางเปลวไฟที่ร้อนระอุอย่างต่อเนื่องของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดสันติภาพเมื่อไหร่
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ท่ามกลางเปลวไฟที่ร้อนระอุอย่างต่อเนื่องของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดสันติภาพเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาก มีกำลังซื้อที่ดี ทั้งตลาดอุปโภคบริโภค
ฮิบรอเซ็ง เจาะอาลี ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะแกรนด์ไอบี เพรส บอกว่า แม้ว่านักลงทุนต่างชาติยังไม่กล้าที่จะเข้ามาลงทุนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่กลุ่มทุนท้องถิ่นก็ยังคงปักหลักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ตลาดมีความต้องการสูง มีกำลังซื้อที่ดี ทั้งตลาดอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะ จ.ปัตตานี มาเป็นอันดับ 1 ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ ไม่ต่ำกว่า 500 ยูนิตต่อปี ขณะที่อสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นประมาณ 1,000 ยูนิตต่อปี สำหรับ จ.ปัตตานี แห่งเดียว ในปี 2556 มีอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 500 ยูนิต และยอดขายดีทุกโครงการ
ฮิบรอเซ็ง บอกว่า อีก 5 ปีข้างหน้า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวโตที่สูงมาก เนื่องจากสภาพพื้นที่มีทั้งเขตเมืองและเมืองชายแดนติดกับมาเลเซีย ทั้ง อ.สุไหงโกลก ตากใบ จ.นราธิวาส และ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นเมืองติดกับชายแดนมาเลเซีย เป็นเมืองธุรกิจการค้าที่เติบโตแข็งแกร่ง ฉะนั้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็จะขยายตัวตามไปด้วย
ฮิบรอเซ็ง บอกอีกว่า ขณะนี้โครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมปัตตานีพาร์ค อาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 139 ยูนิต พื้นที่อยู่ในบริเวณทำเลกลางเมือง อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ เป็นพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมและเป็นพื้นที่เซฟตี้โซน โดยใช้งบประมาณลงทุน จำนวน 250 ล้าน ขณะนี้มีคำสั่งจองแล้ว 5060% และคาดว่าในต้นปี 2557 จะเต็มโครงการ ลูกค้ากลุ่มใหญ่เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงร้อยละ 55 และมีทั้งข้าราชการ นักธุรกิจ นักศึกษา จากนอกพื้นที่แต่เข้ามาทำงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ตรงนี้เซฟตี้โซนสูงมาก และเป็นความพร้อมทางด้านศูนย์การค้าธุรกิจ
สำหรับโครงการดังกล่าว ใช้งบประมาณลงทุน จำนวน 250 ล้านบาท มีธนาคารออมสิน ให้การสนับสนุนทุน และนักลงทุนรายใหญ่จากอสังหาริมทรัพย์ ฝั่งอันดามันร่วมทุน โครงการนี้จะเป็นการขับเคลื่อนผลักดันเศรษฐกิจ และการสร้างงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับพื้นที่ด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท เดอะแกรนด์ไอบี ยังคงเดินหน้าลงทุนอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ได้ลงทุนไปแล้ว จำนวน 5 โครงการ ทั้งพื้นที่กรุงเทพฯ บ้านเดี่ยว 70 ยูนิต หาดใหญ่ 2 โครงการ จำนวน 1,200 ยูนิต เป็นคอนโดมิเนียม และ จ.ปัตตานี 150 ยูนิต เป็นคอนโดมิเนียม 135 ยูนิต และทาวน์โฮม จำนวน 32 ยูนิต ทั้งหมดส่งมอบแล้ว 2 โครงการ อีก 1 โครงการประมาณ 6 เดือนก็จะทำการส่งมอบ และอีก 2 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทั้งหมดมีค่าการค้าขายประมาณ 3,500 ล้านบาท
“เรื่องของปัจจัยเสี่ยงอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทไม่มี เพราะเจาะลึกถึงตลาด มีการออกแบบให้ตลาด โดยต่างวิเคราะห์ออกมาถึงจุดเสี่ยง จุดวิกฤต ทางบริษัทจึงมั่นใจในตลาด โดยเฉพาะสินค้าผลิตภัณฑ์ของบริษัท คนมีเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท/เดือน ก็มีศักยภาพพอที่จะเข้าไปซื้อได้แล้ว” ฮิบรอเซ็ง กล่าว
สถานการณ์ไฟใต้สงบและกลับคืนสู่สันติสุขเมื่อไหร่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะกลายเป็นขุมทองสำหรับนักลงทุนชาวไทยและต่างชาติ เนื่องจากเป็นพื้นที่มีศักยภาพสูงและติดชายแดนไทยมาเลเซีย







