
ถกแผนไฟฟ้าธ.ค.คุมราคา5บ./หน่วย
“พงษ์ศักดิ์” ชงแผนผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่เข้า กพช. ธ.ค.นี้ ลดใช้ก๊าซธรรมชาติ ดูแลค่าไฟ 10 ปีข้างหน้า
“พงษ์ศักดิ์” ชงแผนผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่เข้า กพช. ธ.ค.นี้ ลดใช้ก๊าซธรรมชาติ ดูแลค่าไฟ 10 ปีข้างหน้า
ดึงถ่านหินพลังงานทดแทนเสริม ในขณะที่เพิ่มสำรองไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า20-25% คาดหวังการปรับสัดส่วนเขื้อเพลิงจะข่วยกดค่าไฟในระยะยาวให้อยู่ในระดับที่ต่ำ
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะนำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 พ.ศ. 2556-2573 นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในเดือน ธ.ค.นี้ โดยได้ปรับสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้เกิดความเหมาะสม และดูแลอัตราค่าไฟฟ้าในระยะ 10 ปีข้างหน้าไม่ให้สูงกว่าเดิมที่กำหนดไว้เฉลี่ย 5 บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ พิจารณาจากจำนวนโรงไฟฟ้าที่ต้องปลดออกจากระบบตลอดแผนพีดีพี มีจำนวน 1.3 หมื่นเมกะวัตต์ จะจัดหาเชื้อเพลิงที่มาทดแทนให้เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพียง 6,500 เมกะวัตต์ และอีก 6,500 เมกะวัตต์ จะเลือกใช้พลังงานชนิดอื่น เช่น พลังงานน้ำถ่านหิน นิวเคลียร์ และการซื้อไฟฟ้าต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าเหลือ 3540% จากปัจจุบันอยู่ที่ 67%
ด้านการใช้เชื้อเพลิงประเภทถ่านหินจะเพิ่มสัดส่วนให้เป็น 30% จากปัจจุบันที่ใช้ถ่านหินและลิกไนต์อยู่ 20% แต่การเพิ่มครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะมีจำนวนโรงไฟฟ้ามากตามไปด้วย เพราะเป็นพลังงานไฟฟ้าที่มาจากถ่านหิน ซึ่งก็รวมถึงการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศที่เป็นเชื้อเพลิงถ่านหินด้วย เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินในนิคมทวายที่จะเกิดขึ้น 1,800 เมกะวัตต์ แต่จะยังไม่มีการระบุที่มาของแหล่งไฟฟ้าชัดเจน เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการจัดหา
นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) พลังงานชีวมวล พลังงานชีวภาพ ซึ่งยืนยันว่าการคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะไม่ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ
“แผนพีดีพีใหม่คาดว่าจะเสร็จปลายเดือน พ.ย.นี้ หลังจากนั้นจะเสนอ กพช. และเตรียมจัดทำประชาพิจารณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจน ทั้งปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต จำนวนโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะเกิดขึ้น แต่ประเด็นสำคัญ คือ จะต้องไม่ทำให้ค่าไฟฟ้าสูงกว่าแผนเดิม ที่ทำไว้แม้จะมีพลังงานทดแทนเข้ามาเพิ่มขึ้น ซึ่งเคยประเมินกันว่าในระยะ 10 ปี ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันอยู่ที่กว่า 3 บาทต่อหน่วยเพราะค่าไฟฟ้าที่แพงมาจากก๊าซฯและพลังงานทดแทน แต่ของใหม่ ลดการใช้ก๊าซลง ส่วนถ่านหินก็ใช้วิธีการซื้อไฟฟ้าก็ได้” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
สำหรับการกำหนดกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 2025% จากแผนพีดีพีเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 15% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ซึ่งเหตุผลที่ต้องเพิ่มสำรองไฟฟ้าได้พิจารณาบนสมมติฐานไม่ให้เกิดความเสี่ยงกรณีที่ท่อก๊าซเส้นใดเส้นหนึ่งต้องหยุดจ่ายเข้าระบบ จะต้องไม่มีผลกระทบต่อกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศขณะเดียวกันได้ยกตัวอย่างกรณีเกิดวิกฤตการจัดส่งไฟฟ้าจากประเทศลาว ที่ไทยมีสัญญาอยู่ 7,000 เมกะวัตต์ เกิดปัญหาล้มลงไปไม่สามารถจ่ายไฟฟ้ามาฝั่งไทยได้ ก็ต้องมีสำรองไว้
อย่างไรก็ตาม อยากให้พิจารณาจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่นเกิดอุบัติเหตุจนต้องสั่งหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมด แต่ญี่ปุ่นยังมีไฟฟ้าใช้ได้ตามปกติ เนื่องจากกำหนดสำรองไฟฟ้าไว้ถึง 50% ขณะเดียวกันจะต้องจัดระเบียบโรงไฟฟ้าสำรองที่กำหนดไว้จะต้องสอดคล้องกับระบบสายส่งและชนิดของเชื้อเพลิงที่มีอยู่ด้วย ซึ่งจะมีการชี้แจงในรายละเอียดต่อไป







