posttoday
พลังการเรียนรู้สู่อนาคต

พลังการเรียนรู้สู่อนาคต

17 พฤศจิกายน 2556

ในอนาคตที่การทำงานเป็นไปอย่างนาทีต่อนาที เด็กรุ่นใหม่พวกเขาจะปรับตัวอย่างไร

โดย...พี่กันดั้ม

ในอนาคตที่การทำงานเป็นไปอย่างนาทีต่อนาที เด็กรุ่นใหม่พวกเขาจะปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน โครงการซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต (Samsung Smart Learning Center) ตั้งโดย บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จึงร่วมค้นหาแนวทางในการพัฒนาทักษะชีวิตแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) โดยผสมผสานความรู้ทางวิชาการเข้ากับทักษะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and Innovation Skills 4Cs) ทักษะชีวิตและการทำงาน (Life and Career Skills) และทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี (Information, Media and Technology Skills) มุ่งเน้นการสอนทั้งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.13) และครูในสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการนี้จะนำร่องในโรงเรียนต้นแบบจำนวน 10 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านเข็กน้อย จ.เพชรบูรณ์ โรงเรียนบ้านหมี่วิทยา จ.ลพบุรี โรงเรียนภูกระดึงวิทยาคม จ.เลย โรงเรียนพรหมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น โรงเรียนอนุบาลบ้านบางละมุง จ.ชลบุรี โรงเรียนวัดทุ่งหลวง จ.สุราษฎร์ธานี โรงเรียนเทิงวิทยาคม จ.เชียงราย โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก จ.จันทบุรี และโรงเรียนคลองบ้านพร้าว จ.ปทุมธานี เพื่อขยายผลสู่โรงเรียนทั่วประเทศ

ไม่เพียงแต่เด็กและเยาวชนเท่านั้นที่ต้องพัฒนาตนเองเพื่อให้ก้าวทันการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ครูและอาจารย์เองก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการจัดการการเรียนการสอน ตลอดจนต้องเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน

พลังการเรียนรู้สู่อนาคต

 

ดช.เสฏฐวุฒิ พลวิชัย หรือน้องโฟล์ค อายุ 13 ปี จากโรงเรียนวัดทุ่งหลวง จ.สุราษฎร์ธานี บอกความรู้สึกหลังจากเข้าร่วมโครงการเบื้องต้นว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มาร่วมโครงการซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคตในครั้งนี้ นอกจากจะได้เพื่อนใหม่จากโรงเรียนอื่นๆ แล้ว ยังได้เรียนรู้การแก้ปัญหาด้วยตนเอง รวมถึงเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น

ท้ายสุด แสงไทย มีสุนทร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สพฐ. บอกว่าสังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การเรียนภายในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เราต้องนำเอาความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาในการพัฒนาเด็ก และคาดว่าในโครงการนี้จะมีเด็กๆ กว่า 5,000 คนได้เข้าร่วมโครงการ และจะเป็นต้นแบบรวมทั้งได้บุคลากรรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีพัฒนาประเทศต่อไป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ