
เกาะติดสถานการณ์
อุณหภูมิการเมืองยังคุกรุ่นต่อเนื่องท่ามกลางปมปัญหาความขัดแย้งทั้งในและนอกสภา
อุณหภูมิการเมืองยังคุกรุ่นต่อเนื่องท่ามกลางปมปัญหาความขัดแย้งทั้งในและนอกสภา โดยในสัปดาห์นี้มีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเริ่มตั้งแต่การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่หลังจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นญัตติที่ไม่มีรายละเอียดข้อกล่าวหาแนบมาด้วยถือว่าญัตติยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งวันจันทร์ที่ 18 พ.ย.นี้ จะนำประเด็นนี้เข้าหารือกับคณะทำงานด้านกฎหมายของรัฐสภา เพื่อหาข้อสรุปว่าจะสามารถบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาหรือไม่
นอกจากนี้ ในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย.นี้ ยังต้องจับตาไปยังร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท วาระ 2 หลังจากที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งมีการแก้ไขในส่วนสำคัญโดยระบุให้นำเงิน “การกู้เงินตามมาตรา 5 ให้นำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ในการกู้ โดยต้องนำส่งคลัง” จากร่างเดิมระบุว่าไม่ต้องนำส่งคลัง ซึ่งจะต้องดูว่าที่ประชุมวุฒิสภาจะมีมติอย่างไร
อีกประเด็นที่ต้องติดตาม คือ วันที่ 20 พ.ย.ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีที่ สส.สว. ยื่นเรื่องให้ตีความว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ซึ่งวิเคราะห์กันว่าจะมีผลต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของมวลชนต่อไป เพราะหากในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญยังต้องวินิจฉัยต่อไปด้วยว่า 6 พรรคการเมืองที่ สส.เข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะถูกยุบพรรคหรือไม่
ปิดท้ายด้วยความเคลื่อนไหวของมวลชนที่ต้องจับตาโดยเฉพาะกลุ่มม็อบนกหวีดที่ราชดำเนิน ซึ่งล่าสุด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ประกาศยกระดับเป็นการเคลื่อนไหวถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณ เรียกร้องให้บอยคอตซื้อสินค้าในเครือทักษิณ รวมทั้งการล่ารายชื่อประชาชน เพื่อถอดถอน สส. 310 คน ที่โหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งจะต้องดูว่าได้รับการตอบรับแค่ไหน







