
เพื่อนหด กดไลค์การเมือง
คนไทยยังใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นสื่อกลางในการส่งข่าว ความเคลื่อนไหวทางการเมืองมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
คนไทยยังใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นสื่อกลางในการส่งข่าว ความเคลื่อนไหวทางการเมืองมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของโซเชียลอิงค์ (Zocial Inc) พบว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่มีการชุมนุมทางการเมือง มีการใช้งานช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อเผยแพร่ข้อความ รูปภาพ และวิดีโอเป็นจำนวนมาก
ทวิตเตอร์เป็นสื่อกลางที่มีการใช้งานและเติบโตสูงที่สุด คิดเป็นประมาณ 1 ล้านข้อความใน 1 วัน รองลงมาเป็นข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีกว่า 6 แสนข้อความต่อวัน และอินสตาแกรมมีกว่า 5 แสนข้อความต่อวัน จากปรากฏการณ์การใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ได้เกิดขึ้นในหลายประเทศ มีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนคนในการชุมนุมได้เป็นอย่างดีและครั้งนี้ก็เกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นการวัดความตื่นตัวทางการเมืองของชนชั้นกลาง การส่งต่อ (แชร์) ข้อมูลระหว่างกันอย่างแพร่หลายในวงกว้าง
นอกจากนี้ แม้การชุมนุมทางการเมือง จะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจในหลายประเภท แต่ในโลกออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ แม้จะเกิดสถานการณ์ทางการเมืองขึ้น กลับไม่ได้รับผลกระทบ โดยยังมียอดขายเช่นเดิม และในสินค้าบางประเภทกลับมียอดขายเพิ่มขึ้นด้วย คาดว่าอาจจะมีปัจจัยมาจากคนไม่สามารถเดินทาง จึงใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลและดูสินค้าและบริการได้มากขึ้น
เนื้อหาหนังสือของพระไพศาล/เอารวมกับเนื้อของพี่ยุ้ยเรื่องสังคมแตกแยก
นอกจากจะช่วยสร้างแนวร่วมแล้ว โซเชียลเน็ตเวิร์กยังได้ทำลายมิตรภาพของเพื่อนที่คบหากันมานาน เพียงเพราะมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง กดไลค์ให้กับนักการเมืองที่อยู่คนละขั้ว
นี่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย







