posttoday
ทำอย่างไรกับบุคคลที่ 3

ทำอย่างไรกับบุคคลที่ 3

02 พฤษภาคม 2553

.....คุณสลิล

สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพ วันนี้ขอเขียนเรื่องที่มีผู้อ่านเขียนมาถามปัญหาเรื่องครอบครัวมา ซึ่งก็นับว่าไม่ใช่เรื่องที่แปลก เพราะเกิดกับหลายคนหลายครอบครัว แม้ผู้เขียนเองก็ได้ยินได้ฟังมามาก นับเป็นปัญหาที่ธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาเลยถ้าเกิดกับตัวเรากับครอบครัวของเรา ดังนั้นจึงขอนำมาตอบทางคอลัมน์ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านอื่นด้วย

คำถามมีว่า ท่านผู้อ่านท่านนี้จับได้ว่าสามีไปมีภรรยาอีกคน จึงโกรธมากถึงขั้นทำร้ายร่างกายสามี แต่ตอนนี้ไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม ก็ทำให้จิตใจดีขึ้น แต่จะสติแตกเมื่อบุคคลที่ 3 โทร.หาสามีบ่อยๆ และให้ไปค้างคืนด้วย ท่านผู้นี้อยากทราบว่าใช้วิธีท่องบทสวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตาให้กับเขา 2 คน จะมีผลช่วยให้ดีขึ้นหรือไม่

เรื่องนี้น่าเห็นใจจริงๆ ท่านที่เจอเรื่องแบบนี้ก็คงจะเสียใจมาก แต่นับว่าท่านนี้ยังดีที่กลับตัวกลับใจได้ แม้จะทำร้ายสามีไปแล้ว (ซึ่งไม่ควรทำ) ก็ตาม ยังสามารถหันไปพึ่งธรรม ซึ่งเป็นที่พึ่งอันถูกต้อง เพราะในฐานะชาวพุทธ เรามีที่พึ่งสูงสุดคือ พระรัตนตรัย ดังนั้นท่านก็ได้ทำถูกแล้วที่หันหน้าพึ่งธรรม อย่างไรก็ตามธรรมะนั้นต้องศึกษาเข้าใจให้ดีและแม้ในที่ปฏิบัติธรรมก็มีคนมากมาย ท่านควรให้แน่ใจว่า “พึ่งธรรม” “อย่าไปพึ่งคน” เพราะถ้าพึ่งคนพบคนดีก็ดีไปหากพบคนไม่ดีอาจจะแย่กว่าเดิมเสียอีก อีกอย่างก็เพราะท่านยังอยู่ในสภาวะที่จิตใจอ่อนแอ การแยกแยะตัดสินใจอะไรๆ อาจยังไม่ดีนัก ระยะนี้จึงต้องคิดไว้เสมอว่าขณะนี้เรามีบุคคลที่ 3 เข้ามาในชีวิตแล้ว ต้องระวังอย่าให้มีบุคคลที่ 4 เดี๋ยวจะยุ่งและแย่ไปกว่านี้

ก่อนอื่นควรคิดถึงเหตุที่ทำให้คนรักกัน ทางธรรมนั้นแสดงเหตุไว้ 2 ประการ คือ 1) บุพเพสันนิวาส 2) การเกื้อกูลกันในปัจจุบัน บุพเพสันนิวาส หมายถึง การเคยอยู่ร่วมกันมาก่อนในอดีตชาติ ส่วนการเกื้อกูลกันในปัจจุบันหมายถึง การทำดีต่อกันช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชาตินี้ เหตุทั้งสองนี้ เพียงเหตุเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้คนรักกัน ดังนั้นถ้าจะมองตามธรรมแล้ว แสดงว่าการที่คนรักกันมาเป็นสามีภรรยานั้น เพราะอดีตเหตุ หรือปัจจุบันเหตุ

เรื่องอดีตเหตุนั้น เราคงจะกลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่เหตุในชาติปัจจุบันน่าจะยังพอมีทาง เพราะการเกื้อกูลกระทำดีต่อกันนั้น ก็ยังทำได้ไม่สายเกินไป บางครั้งพบว่าผู้ที่แต่งงานกันแล้วมักจะเปลี่ยนไป เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจบ้าง ปัญหาเรื่องของญาติ เรียกว่า InLaw Problem บ้าง บางคนก็ทะเลาะกันเรื่องลูก ฯลฯ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ความไม่พอใจ ความห่างเหิน และความไม่เคารพกันก็มักจะตามมา การเกื้อกูลกัน ทำดีต่อกัน ฯลฯ ที่เคยทำให้เกิดความรักก็มักจะหายไป เพราะต่างมองเห็นแต่ข้อเสียของอีกฝ่ายหนึ่งเสียแล้ว

เมื่อปัจจุบันเหตุหายไปแล้ว ความรักก็มักจะเริ่มหายๆ ไปด้วย กลับเกิดความเกลียดชัง เกิดความรู้สึกว่าอยู่ด้วยกันเพราะภาระหน้าที่เข้ามาแทนที่ ถ้าใครมีบุพกรรมเข้มแข็ง ก็ยังอยู่กันต่อไปได้ แม้จะมีปัญหาก็แก้ไขกันไป แต่บางคู่ที่ไม่มีอดีตเหตุหรืออดีตเหตุที่สร้างมาร่วมกันคงไม่มั่นคงนัก หรือมีกรรมเก่าอื่นๆ เข้ามาเบียดเบียน เช่น อาจเคยสร้างความแตกแยกให้ผู้อื่น หรือเคยแย่งของผู้อื่น ฯลฯ ก็อาจจะทำให้สถานการณ์บานปลาย และการที่มีบุคคลที่ 3 เข้ามาแทรกก็มีให้เห็นอยู่มากมาย

MQ คงไม่สามารถตอบได้ว่าท่านที่ประสบปัญหาเหล่านี้จะแก้ได้อย่างไร แต่การหันเข้าหาธรรมะนับว่าเป็นทางที่ถูกต้อง เพราะทำให้ช่วยข่มใจ ไม่ให้ทุกข์มาก ช่วยหักห้ามใจไม่ให้ทำอกุศลกรรม มีการผิดศีล 5 เป็นต้น อย่างไรก็ตามเมื่อจิตใจสงบลงแล้วก็จะต้องแก้ไขปัญหาด้วย ควรคิดว่าปัญหาอยู่ที่ไหนและสามารถแก้ได้หรือไม่ จะแก้อย่างไร ซึ่งก็แล้วแต่บุคคล คือ ตัวสามีและภรรยาเอง ว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้บ้าง ยอมรับอะไรได้บ้าง อย่างไรก็ตามในขณะที่แก้ไขพูดคุยกัน ขอให้พยายามทำความเกื้อกูลต่อกัน เหมือนที่เป็นเหตุให้ท่านรักกัน เพราะถ้าด่าว่าทำร้ายกัน ก็ไม่มีทางที่จะหาทางออกที่ดีด้วยเหตุผลได้ เหมือนกับสภาพการเมืองการม็อบปัจจุบัน ที่ด่าว่ากัน ตีกัน แล้วจะเจรจากันมันก็ทำได้ลำบากหรือไม่ได้เลย

การสวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธินั้นเป็นเรื่องดี แต่ท่านทำได้สงบแค่ไหน โดยเฉพาะสมาธินั้นต้องตัด “ปลิโพธ” คือ ความกังวลก่อน ยิ่งการเจริญเมตตา ให้กับเขาทั้งสองนั้น ท่านทำได้จริงหรือ เพราะเขาก็อยู่ในสภาพที่ไม่ใช่ผู้ที่เป็นที่รักของท่าน นอกจากท่านจะเป็นผู้มีความชำนาญในการเจริญเมตตาอย่างยิ่งมาก่อน การเริ่มเจริญเมตตาในบุคคลที่ไม่เป็นที่รักนั้น แทบจะทำไม่ได้เลย อันนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน

ซึ่งหากจะแนะนำแล้ว ผู้เขียนอยากให้ท่าน ไหว้พระสวดมนต์ เพื่อเป็นสรณะเป็นที่พึ่ง เป็นกำลังใจให้ท่านยึดมั่นในความดี ไม่ไปกระทำผิดศีลผิดธรรม แล้วอยากให้ฟังธรรมจะดีกว่าการนั่งสมาธิ เพราะการฟังธรรมจะได้ปัญญา ได้ข้อคิด ได้หลักแก้ปัญหา และจะทำให้ท่านสบายใจขึ้น

การแก้โดยสมาธินั้นเหมือนการเข้าไปหลบภัย และสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาชีวิตหนักๆ การนั่งสมาธิให้สงบจริงๆ อาจทำได้ยาก การเจริญเมตตาในผู้ที่ไม่เป็นที่รักก็ทำได้ยากในสถานการณ์นี้เช่นกัน แล้วพอออกมาจากสมาธิภาวนา ปัญหาก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งไม่ใช่การแก้ไขที่ยั่งยืน ปัญญาเป็นทางแก้ที่ดีที่สุด การที่เราจะได้ปัญญาโดยตรง ก็มาจากการฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า (ฟังในที่นี้หมายรวมถึงการอ่านด้วย) แล้วจะคิดจะทำอะไรก็ขอให้อยู่ในหลักศีลหลักธรรม คิดแก้ปัญหาด้วยเหตุด้วยผล ขณะเดียวกันผู้เขียนคิดว่าท่านควรพยายามทำในสิ่งที่เป็นการเกื้อกูลเป็นความดีเป็นการดูแลเอาใจใส่ที่เคยทำต่อกันเมื่อสมัยรักกัน นั่นเป็นการมีเมตตา ทั้งเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม และเมตตามโนกรรม ต่อสามีของท่าน ความเมตตาทั้งสามทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “สาราณียธรรม คือ ธรรมเป็นเครื่องให้ระลึกถึงกัน” เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปได้ด้วยดี ไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน อีกอย่างหากท่านทำดี สามีอาจระลึกถึงความดีที่เป็นเหตุให้ท่านรักกัน ทุกอย่างก็อาจจะจบลงด้วยดีก็ได้ หากทำดีแล้วสามีไม่ระลึกถึงท่าน อย่างน้อยท่านก็สามารถเจรจากันได้ด้วยความสงบสุข จะตัดสินอย่างไรก็ว่ากันไปด้วยเหตุผล ส่วนบุคคลที่ 3 คิดว่าเจริญอุเบกขาไว้ให้ได้ อย่าไปโกรธเขา วางเฉยเสียผู้เขียนคิดว่าดีที่สุด

ขอเป็นกำลังใจให้ท่านแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง...ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร...ก็ขอให้ยึดมั่นในความดี และการกระทำดี..

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ