posttoday
5 ปีที่ธนาคารไทยธนาคาร

5 ปีที่ธนาคารไทยธนาคาร

16 พฤศจิกายน 2556

ธนาคารไทยธนาคารมีกำเนิดเมื่อเดือน ส.ค. พ.ศ. 2541 โดยการควบรวมกิจการของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ กรุงไทยธนกิจ จำกัด

ธนาคารไทยธนาคารมีกำเนิดเมื่อเดือน ส.ค. พ.ศ. 2541 โดยการควบรวมกิจการของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ กรุงไทยธนกิจ จำกัด เข้ากับธนาคาร สหธนาคาร จำกัด (มหาชน) และอีก 13 บริษัทเงินหลักทรัพย์

เคยมีนักวิเคราะห์ทางการเงินบางคนถามผมว่า ไม่ลำบากใจบ้างหรือที่รับงาน “หิน” ขนาดนี้โดยไม่มีประสบการณ์ทางการเงินและการธนาคาร ผมตอบว่า “ไม่” เพราะผมใช้สามัญสำนึกและความรอบคอบในการกำกับดูแลการบริหารจัดการเป็นหลัก โดยได้เชิญชวนผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมงานด้วยในคณะกรรมการและช่วยพิจารณาว่าผู้บริหารประจำมีประสบการณ์และทักษะที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเชื่อถือได้

คณะกรรมการชุดแรกประกอบด้วย นักกฎหมาย นักการธนาคาร นักธุรกิจนักวิชาการ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง และผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น คุณบดินทร์ อัศวาณิชย์ คุณวิเศษ จูภิบาล ร.อ.ชาญชัย ชาญชยศึก ดร.พิบูลย์ ลิมประภัทร ดร.สารสิน วีระผล คุณไสว ยะกาศคะนอง และคุณพีรศิลป์ศุภผลศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่

สำหรับคุณพีรศิลป์ ศุภผลศิริ กรรมการผู้จัดการของ บลจ.กรุงไทยธนกิจ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้จัดการของธนาคารใหม่นี้ และได้ปฏิบัติหน้าที่นี้ต่อไปจนถึงต้นปี พ.ศ. 2552 กระทั่งธนาคาร CIMB จากประเทศมาเลเซียเข้าซื้อหุ้นใหญ่จากกองทุนฟื้นฟูและเปลี่ยนชื่อเป็นธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

คุณพีรศิลป์เป็นคนมีความสามารถสูง ตั้งใจและทุ่มเทให้กับงานเต็มกำลัง ในฐานะกรรมการผู้จัดการคุณพีรศิลป์ได้อุทิศเวลาเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ อย่างน่าชมเชย แม้ในท้ายที่สุดจะไม่สามารถสร้างให้ไทยธนาคารยืนหยัดอยู่ด้วยตนเองได้ แต่ก็ได้ดำเนินการให้ธนาคารมีความมั่นคงจนเป็นที่ดึงดูดกว่าเดิมมาก

ส่วนผมเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการของธนาคารในเดือน มี.ค. พ.ศ. 2542 และดำรงตำแหน่งนี้อยู่ประมาณ 5 ปีเศษ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่อาจเรียกได้ว่าเป็นช่วงแรกของการสร้างธนาคารขึ้นใหม่หลังจากการล่มสลายของสถาบันการเงินในยุคนั้น การบริหารจัดการในช่วงดังกล่าวนี้มีความยุ่งเหยิงและยุ่งยากมากกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วๆ ไปมากมายนัก

เริ่มต้นจากการที่ต้องหล่อหลอมพนักงานจาก 14 สถาบันให้เข้าเป็นทีมเดียวกัน การจัดการให้พนักงานเกือบ 3,000 คน เข้าในตำแหน่งและหน้าที่ที่เหมาะสมกับความรู้ความชำนาญนั้นเป็นเรื่องยากและสำคัญมาก ถ้าเป็นพนักงานทั่วๆ ไปก็ไม่ยากอะไรเลย แต่หากเป็นผู้บริหารตั้งแต่ระดับกลางหรือระดับสูงแล้ว จะมีความยุ่งยากมากขึ้นอีก รายได้ของแต่ละตำแหน่งซึ่งอาจแตกต่างกันจากองค์กรหลายๆ แห่งที่ควบรวมเข้ามา ต้องมาปรับให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ผู้บริหารบางคนที่รับไม่ได้ก็ยินดีรับเงินชดเชย และไปหางานใหม่ต่อไป

หัวใจของเรื่องนี้คือ ต้องเป็นธรรมและไม่มีการเล่นพวก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมบ้างเป็นระยะๆ เรื่องการหล่อหลอมพนักงานเข้าเป็นทีมเดียวกันนี้ใช้เวลาพอควร เพราะไม่ใช่ทุกอย่างจะลงตัวง่ายๆ เลย

ขณะเดียวกันต้องเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับลูกค้าสำคัญๆ รายตัว เพื่อลดปริมาณหนี้ที่ด้อยคุณภาพออกจากบัญชี เจรจากับกองทุนฟื้นฟู ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สำหรับกติกาการชดเชยหนี้ด้อยคุณภาพ และการแบ่งสัดส่วนความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ปิดและเปิดสาขาใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพของธุรกิจในขณะนั้น พร้อมๆ กับการดำเนินการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ทั่วไปในการให้บริการลูกค้า

การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของไทยธนาคารเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2543

เรายืนขึ้นในฐานะธนาคารพาณิชย์ของคนไทย บริหารโดยคนไทย เป็นเครือข่ายของรัฐในการเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจและสนับสนุนธุรกิจไทย มีมาตรฐานการดำเนินงานเทียบเท่าสากล โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคมตามหลักการธรรมาภิบาล นอกจากนั้นยังได้ส่งเสริมดนตรีไทย โดยการจัดแสดงดนตรีการกุศลประจำปีภายใต้ชื่อ “ไทยธนาคาร...ภูมิใจไทย” ซึ่งหลายๆ คนคงมีโอกาสได้มีส่วนร่วมบ้างแล้ว

เพื่อความคล่องตัวของการบริหารจัดการได้ปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นของกองทุนฟื้นฟูจาก 99% ลงเหลือ 49% โดยกระจายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์ สถานภาพของธนาคารจึงไม่ใช่รัฐวิสาหกิจดังเช่นเมื่อเริ่มต้น ทำให้สามารถบริหารโดยใช้กติกาของบริษัทมหาชนเหมือนธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ได้ แต่ความคล่องตัวของการบริหารจัดการนี้ต้องแลกเปลี่ยนกับเงื่อนไขและข้อตกลงเรื่องการชดเชยหนี้เสียที่มีอยู่ในธนาคารที่เข้มงวดขึ้นจากกองทุนฟื้นฟู เพราะถือว่าธนาคารมีความแข็งแรงพอเพียงแล้ว

ก็ถือว่า ได้อย่างเสียอย่าง

เรื่องที่หนักใจที่สุดเรื่องหนึ่งคือการปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ที่มีปัญหา มีคนที่รู้จักคุ้นเคยหลายคนที่ร้องขอให้ผมช่วยเหลือผ่อนปรนหรือปรับปรุงเงื่อนไขให้เป็นประโยชน์ต่อลูกหนี้มากขึ้นในส่วนที่พอช่วยเหลือได้ ผมก็พยายามทำให้ในขอบเขตที่อธิบายได้ แต่มีหลายกรณีที่ไม่สามารถสนองตอบความต้องการของเพื่อนฝูงได้ ก็ทำให้กระทบต่อความรู้สึกซึ่งกันและกันบ้าง นับเป็นภาวะหวานอมขมกลืนที่ต้องยอมรับ

มีกรณีหนึ่งที่ผมใจอ่อนยอมอนุมัติให้ผ่อนปรนหลักประกันที่ไม่พอเพียงกับลูกค้าที่เป็นเพื่อนคนหนึ่ง โดยใช้ตำแหน่งประธานเป็นผู้รับรอง ต่อมาเพื่อนคนนี้มีปัญหาทำท่าว่าจะไปไม่รอด ต้องถูกยึดหลักประกันอันไม่พอเพียง

นั่นหมายความว่า ผมต้องรับผิดชอบในส่วนที่เหลือ เพื่อนอีกหลายๆ คนเมื่อทราบเรื่องก็ร่วมกันเข้ามาแก้ไข ทำให้ผ่านวิกฤตไปได้ ดีว่าเป็นเงินจำนวนหลักสิบล้านไม่ใช่ร้อยล้าน มิฉะนั้นผมอาจเป็นลูกหนี้ธนาคารที่ผมเป็นประธานอยู่ คงกระอักกระอ่วนน่าดู

ธนาคารไทยธนาคารเป็นธนาคารขนาดกลางที่มีลูกหนี้ที่มีปัญหาอยู่เป็นจำนวนมาก ยากที่จะดำเนินธุรกิจเยี่ยงธนาคารอย่างมั่นคง ถ้าไม่มีพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีกำลังทุนและเครือข่ายที่กว้างขวางมาร่วมด้วย ตลอด 5 ปี ที่ผมปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ จึงเน้นให้มีการจัดการภายในให้เรียบร้อย ปรับแต่งปัญหาต่างๆ ให้ลดน้อยลง และเปิดการเจรจากับผู้ที่สนใจจะเข้ามาร่วมทุนหรือซื้อหุ้นใหญ่จากกองทุนฯ ไป

แผนงานนี้เสร็จสิ้นเรียบร้อยอีก 5 ปีต่อมา เมื่อธนาคารซีไอเอ็มบีจากประเทศมาเลเซียเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่โดยซื้อหุ้นจากกองทุนฯ จะเปลี่ยนแปลงเป็นธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

ธนาคารไทยธนาคารมีอายุสั้นๆ เพียงสิบปีเศษ

ผมขอจบวาระประธานกรรมการของธนาคารในปลายปี พ.ศ. 2546 เพราะคิดว่าสมควรที่จะเปิดโอกาสให้คนใหม่ที่มีมุมมองใหม่เข้ามาช่วยคิดช่วยทำต่อ และช่วงเวลานั้นผมก็มีภารกิจใหม่ที่ต้องให้เวลาเต็มร้อยที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์

หน้าที่ใหม่คือการเป็นประธานคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งจะกล่าวในบทต่อๆ ไป

เมื่อมองย้อนหลังกลับไป จึงฉุกคิดได้ว่า ที่กล้ารับงานหินชิ้นนี้เพราะเรามันเป็นประเภทหมูไม่กลัวน้ำร้อนเพราะความไม่รู้มากกว่า

บังเอิญว่า โชคดีที่จบวาระลงได้โดยปลอดภัย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์