อนูปวาโท อย่าใส่ร้ายใครเลื่อนลอย
....อ.ตุ้ย วรธรรม
การให้ร้ายหรือใส่ร้ายคนอื่นโดยมีเจตนาให้คนคนนั้นพินาศย่อยยับด้วยปากของตนจัดเป็นวจีทุจริต คือเป็นความประพฤติชั่วช้าทางวาจาโดยแท้
เพราะใครก็ตามที่คิดร้ายต่อคนอื่นด้วยการใส่ร้ายหรือกล่าวให้ร้ายเขาด้วยเรื่องปดมดเท็จไร้ซึ่งความจริงนั้น สักวันหนึ่งบาปที่คุณทำนั้นจะให้ผลแก่คุณโดยที่บางครั้งคุณเองก็ไม่รู้ตัวว่ากรรมได้ตามทันคุณเข้าแล้ว
อยากให้ดูเรื่องพระนางสามาวดี อัครมเหสีของพระเจ้าอุเทน ผู้ครองเมืองโกสัมพีเป็นตัวอย่าง ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้เห็นว่าการให้ร้ายคนอื่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่พึงทำโดยแท้ และถ้าใครทำไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยง หายนะได้
พระนางสามาวดีเป็นหญิงที่มีศรัทธามั่นคงในพระรัตนตรัย แต่ได้ถูกพระนางคันทิยา มเหสีของพระเจ้าอุเทนอีกองค์หนึ่งซึ่งตั้งตนเป็นศัตรูกับพระพุทธเจ้า เพราะนางเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าดูถูกเหยียดหยามตนให้ร้ายอยู่ตลอดเวลา
อย่างเรื่องที่ตำหนักของพระนางสามาวดีไม่มีหน้าต่าง ทำให้พระนางต้องเจาะผนังเพื่อให้เป็นช่องสำหรับส่องดูพระที่เดินไปรับบิณฑบาตเพื่อที่พระนางจะได้ประนมมือไหว้และรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยทุกวัน
ทว่าเมื่อมเหสีมาคันทิยาไปเห็นเข้าจึงไปกราบทูลให้พระเจ้าอุเทนเข้าใจในตัวอัครมเหสีผิดหาว่านางฝักใฝ่บุคคลภายนอก แต่พระเจ้าอุเทนไม่ทรงเชื่อมเหสีมาคันทิยาจึงกราบทูลให้เสด็จไปทอดพระเนตรที่ตำหนักของพระนางสามาวดี
พระราชาเห็นว่าที่ผนังมีช่องอยู่จริง จึงตรัสถามทรงทราบอย่างละเอียดพร้อมรับสั่งให้ช่างทำหน้า ต่างให้หญิงเหล่านั้นจะได้เปิดดูพระได้สบายมากขึ้น
ปรากฏว่าทำให้มเหสีมาคันทิยาทรงแค้นมากกว่าเดิมและคอยให้ร้ายอัครมเหสีต่างๆ นานา ทำกลอุบายให้พระสวามีคิดว่าอัครมเหสีเป็นหญิงชั่วจนพระเจ้าอุเทนทรงเชื่อและรับสั่งให้เอาธนูขนาดใหญ่เพื่อจะยิ่งองค์อัครมเหสีสามาวดีและบริวาร แต่พระนางก็รับสั่งให้หญิงบริวารทั้งนั้นยึดมั่นในหลักเมตตาธรรม คือ อย่าโกรธ อย่าตอบโต้ แต่จงแผ่เมตตาให้กับทุกคน ทั้งพระราชาและมเหสีมาคันทิยา
ด้วยอำนาจแห่งการแผ่เมตตานั้นทำให้ลูกธนูหวนกลับมาตกที่พระองค์ผู้ยิง ทำให้พระเจ้าอุเทนได้สติแล้วทิ้งธนูลงบนพื้นดินทันที พระเจ้าอุเทนทรงถามพระนางสามาวดีว่าอยากได้อะไร นางจึงกราบทูลว่าอยากได้ทรัพย์สินเงินทอง แต่ขอได้โปรดนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุ 500 รูปมารับบิณฑบาตที่นี่เป็นประจำแล้วเพื่อที่พระนางจะถวายทานแล้วฟังพระธรรม ปรากฏพระเจ้าอุเทนทรงทำตามที่ขอ ทำให้พระนางมาคันทิยาแค้นหนัก จึงร่วมมือกับอาของพระนางเผาปราสาทของพระนางสามาวดีพร้อมที่อยู่ของหญิงบริวาร โดยเอาผ้าชุบน้ำมันไปวางตามจุดสำคัญๆ แล้วปิดประตูทางออกทั้งหมดจุดไฟเผาทั้งเป็น ทำให้นางสามาวดีและบริวารเสียชีวิตในกองเพลิงทั้งหมด
แต่ก่อนสิ้นพระชนม์พระนางได้ประทานโอวาทให้หญิงบริวารน้อมจิตทำกรรมฐานกำหนดเอาเวทนาเป็นอารมณ์ทำให้บางคนบรรลุธรรมเป็นสกทาคามีและอนาคามี
ฝ่ายพระสงฆ์เมื่อรู้ข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระนางสามาวดีและบริวาร จึงถามพระพุทธเจ้าว่าอุบาสิกาเหล่านั้นไปเกิดที่ไหน พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า อุบาสิกาเหล่านั้นไม่เป็นผู้ไร้ผลหรอกย่อมไปสู่สุคติแน่ๆ
ส่วนพระเจ้าอุเทนทราบว่าไฟไหม้ปราสาทจนทำให้อัครมเหสีสิ้นพระชนม์จึงทรงใช้กลอุบายเพื่อสืบหามือเพลิงโดยทรงทำเป็นชมเชยมือเพลิงว่าเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อพระองค์ ทำให้มเหสีมาคันทิยารีบทูลว่าพระนางเองเป็นคนทำและร่วมมือกับอา
พระเจ้าอุเทนจึงรับสั่งให้จับคนเหล่านั้น รวมกันแล้วฝังลงครึ่งตัว จากนั้นเอาฟางคลุมจุดไฟเผาทั้งเป็น แล้วเอาไถเหล็กไถกลบอีกทีหนึ่ง ส่วนมเหสีมาคันทิยารับสั่งให้ตัดเนื้อโยนเข้ากองไฟทีละชิ้น
นี่แหละครับว่า การใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นนั้น ท้ายที่สุดแล้วผู้ใส่ร้ายย่อมหนีไม่พ้นจะต้องประสบกับวิบากกรรมที่ตัวเองก่อขึ้น รู้อย่างนี้ก็อย่าไปคิดร้ายใส่ร้ายคนอื่นเลย เพราะมีแต่จะนำความเสื่อมใหญ่มาให้


