
ทูตวีรชัยแนะอย่ารีบสรุปไทยได้หรือเสีย
“วีรชัย”ย้ำอย่าด่วนสรุปไทยสูญเสียดินแดน ยันกัมพูชาไม่ได้ตามขอต่อศาลโลก เน้นเดินหน้าเจรจาหาข้อสรุป
"วีรชัย"ย้ำอย่าด่วนสรุปไทยสูญเสียดินแดน ยันกัมพูชาไม่ได้ตามขอต่อศาลโลก เน้นเดินหน้าเจรจาหาข้อสรุป
คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา เรื่อง “เบื้องหลังคดีตีความปราสาทพระวิหาร” โดยเชิญนายวีระชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะต่อสู้คดีฝ่ายไทย พร้อมด้วย นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมปาฐกถางานดังกล่าว และนายชุมพร ปัจจุสานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ นิติศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายวีระชัย กล่าวว่า ผลคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ที่ออกมา ไทยได้ประโยชน์ด้วยกัน 3 ส่วน คือ 1.ภูมะเขือไม่ได้ตกเป็นของกัมพูชา และไม่ถือเป็นพื้นที่อาณาบริเวณรอบตัวปราสาท 2.พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่กัมพูชาอ้างสูญหายไป เพราะศาลไม่รับฟังเส้นเขตแดนตามแผนที่ 1:200,000 และ 3.ศาลโลกระบุชัดเจนว่า เส้นสันปันน้ำ ตามแผนที่ 1:200,000 ของกัมพูชา ไม่ผูกพันพื้นที่บริเวณตัวปราสาทรวมถึงพื้นที่ที่เลยออกไป
ส่วนที่ไทยเสีย คือ เส้นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2505 ซึ่งไทยไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป นอกจากนี้ ศาลให้แนวทางทั้ง 2 ประเทศไปพูดคุยกันกับกัมพูชา ในการถ่ายทอดเส้นอาณาบริเวณรอบตัวปราสาทลงบนแผนที่ ดังนั้น บทสรุปของคำพิพากษา คือ ให้ทั้ง 2 ประเทศไปพูดคุยกัน
“วันนี้ยังตอบไม่ได้ว่าไทยได้หรือเสียดินแดน ดังนั้น คนไทย ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ นักวิชาการ ข้าราชการประจำ ไม่ควรด่วนสรุปว่าไทยจะเสียดินแดน จุดใด ขนาดเท่าไหร่ เพราะกัมพูชาอาจจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างได้ว่าไทยยอมรับ และจะทำให้ยากต่อการเจรจา และขณะนี้ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติอะไร หน่วยงานในชายแดนก็ปฏิบัติไปตามปกติ จนกว่าจะมีการเจรจากับกัมพูชาแล้วเสร็จ ซึ่งไม่ต้องรีบ เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา”นายวีรชัย กล่าว
สำหรับวรรคที่ 98 ของคำพิพากษา ซึ่งบรรยาย Promontary เอาไว้ สรุป คือ ด้านล่าง ทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตก และตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นเรื่องภูมิศาสตร์ ส่วนทางเหนือต้องไปถอดเส้นในแผนที่ภาคผนวก 1 มาใส่ในแผนที่จริง เพราะเส้นดังกล่าวเขียนขึ้นช่วงปี 1904 ด้วยวิทยาการสมัยนั้น ซึ่งเป็นที่มาของวรรค 99 และวรรค 99 นี้ ถือเป็นวรรคตอกฝาโลงว่า เส้นในแผนที่ 1:200,000 ตกไป เนื่องจากเป็นเส้นเดียวในคดีที่มีการถ่ายทอดตามแผนที่ดังกล่าว ซึ่งไทยคัดค้านมาตลอด และวันนี้ตกไปเรียบร้อย
“วรรค 99 นี้เป็นผลงานของคณะแผนที่และคุณอลินา มิรอง เป็นผู้นำเสนอ สามารถต่อสู้จนสำเร็จว่าศาลรับทราบข้อต่อสู้ของไทยเกี่ยวกับความยากในการถ่ายทอดเส้นแผนที่ภาคผนวก 1 ซึ่งคำพิพากษาปี 1962 ไม่ได้ทำสิ่งนี้ ดังนั้น ศาลในวันนี้จึงทำไม่ได้ ศาลบอกว่าต้องไปเจรจากันโดยสุจริต (good faith) ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ คือ ต้องเจรจาด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการหาทางออกร่วมกันจริงๆ ไม่ใช่มานั่งย้ำความต้องการของตัวเอง โดยไม่ยอมฟังอีกฝ่าย กล่าว คือ เจรจาโดยไม่พาล และทำฝ่ายเดียวไม่ได้”
ส่วนที่นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศชัยชนะและอ้างว่าศาลโลกยอมรับเส้นสันปันน้ำในพื้นที่ 1:200,000 นั้น นายวีระชัย กล่าวว่า นายกฯกัมพูชาน่าจะหมายความถึงแค่บริเวณรอบตัวปราสาทเท่านั้น เพราะศาลพูดชัดเจน ว่าใช้ได้แค่เเฉพาะพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งก็ยังต้องให้ทั้ง 2 ประเทศไปพูดคุยกันอีกว่า จะกำหนดจุดอ้างอิงเพื่อลากเส้นตามสันปันน้ำทางทิศเหนือของตัวปราสาทอย่างไร
ด้านนายณัฏฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ร่างคำแปลคำพิพากษาจัดทำเสร็จแล้ว และได้ส่งให้คณะกรรมการแปลคำพิพากษาไปอ่าน โดยจะประชุมกันนัดแรกในวันที่ 18 พ.ย. นี้ พร้อมเชิญราชบัณฑิตเข้ามาหารือ เรื่อง Promontory ด้วยว่า จะใช้คำว่าอะไร เพราะในเบื้องต้นใช้คำว่ายอดเขา ซึ่งอาจยังไม่สามารถอธิบายความได้ชัดเจน และวันที่ 19 พ.ย.คณะกรรมการศึกาษาเนื้อหาคำพิพากษาที่มีปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน จะประชุมกันอีกครั้งเพื่อพิจารณาถึงรายละเอียด







