
ปชป.แนะขอขึ้นมรดกโลกร่วม
โฆษกปชป. แนะฉวยความได้เปรียบจากคำพิพากษารุกสู้คดีพระวิหาร เสนอขอขึ้นมรดกโลกร่วม
โฆษกปชป. แนะฉวยความได้เปรียบจากคำพิพากษารุกสู้คดีพระวิหาร เสนอขอขึ้นมรดกโลกร่วม
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า หลังจากที่ศาลโลกมีคำพิพากษาในคดีปราสาทพระวิหาร ทำให้ไทยได้เปรียบในหลายประเด็นจึงอยากให้รัฐบาลเป็นฝ่ายรุกเดินหน้าต่อสู้ในคดีนี้ ใน 4 ประเด็นคือ 1. ไทยไม่ควรมุ่งสู้เฉพาะพื้นที่ปราสาทพระวิหาร แต่ควรต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งศาลไม่ได้พิพากษาว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชาดังนั้นไทยสามารถอ้างสิทธิ์ได้เต็มพื้นที่ อาทิ ภูมะเขือ หรือพื้นที่บริเวณ 4.6 ตารางกิโลเมตร
2. รัฐบาลต้องระวังในเรื่องการถ่ายทอดคำพิพากษาลงบนพื้นที่ เพราะคำพิพากษามีการอ้างถึงพื้นที่ตอนเหนือของปราสาทพระวิหาร และยังมีการระบุว่าไม่สามารถที่จะถ่ายทอดแผนที่ 1 : 200,000 ลงบนพื้นที่จริงได้ ทำให้ไทยได้เปรียบโดยทางกัมพูชาต้องมาเจรจากับเราเพื่อกำหนดพื้นที่จริง รัฐบาลจึงควรมองมุมกลับเพื่อฉกฉวยความได้เปรียบนี้ในการเจรจา
นายชวนนท์ กล่าวว่า 3. แม้ปราสาทพระวิหารอยู่ในกัมพูชา แต่โครงสร้างและองค์ประกอบอื่น เช่นสระตราว สถูปคู่ โครงสร้างพระวิหารยังระบุไม่ชัดว่าอยู่ในพื้นที่กัมพูชา ดังนั้นรัฐบาลไทยควรเสนอตัวขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกันกับกัมพูชาต่อคณะกรรมการมรดกโลกและยูเนสโก ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหา ในการที่กัมพูชายื่นปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว และ 4.นายกฯ ควรแสดงความจริงใจในการปกป้องประเทศด้วยการขอทูลเกล้าพระราชทาน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กลับมาและใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 190 ฉบับเดิมไปพลางก่อน







