posttoday
ฟังประชาชน

ฟังประชาชน

15 พฤศจิกายน 2556

แกลลัพ โพลล์ เผยผลสำรวจประชาชนชาวสหรัฐเมื่อวานนี้ บอกว่าคะแนนนิยมที่ประชาชนอนุมัติการทำงานของสภาคองเกรสนั้นตกลงมาอยู่ที่ระดับต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ทีเดียว อยู่ที่ 9% ในปัจจุบันเท่านั้น เหตุผลสำคัญก็คือ เล่นการเมืองจนชาติเกือบล่มจมจากการที่สภาไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้ และทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องปิดทำการบางส่วนไปนานกว่า 2 สัปดาห์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า วิกฤตชัตดาวน์ เมื่อต้นเดือน ต.ค.นั่นล่ะครับ

แกลลัพ โพลล์ เผยผลสำรวจประชาชนชาวสหรัฐเมื่อวานนี้ บอกว่าคะแนนนิยมที่ประชาชนอนุมัติการทำงานของสภาคองเกรสนั้นตกลงมาอยู่ที่ระดับต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ทีเดียว อยู่ที่ 9% ในปัจจุบันเท่านั้น เหตุผลสำคัญก็คือ เล่นการเมืองจนชาติเกือบล่มจมจากการที่สภาไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้ และทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องปิดทำการบางส่วนไปนานกว่า 2 สัปดาห์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า วิกฤตชัตดาวน์ เมื่อต้นเดือน ต.ค.นั่นล่ะครับ

เป็นเสียงสะท้อนให้เหล่าบรรดานักการเมืองอเมริกาฟังกันชัดๆ ว่าประชาชนกำลังไม่พอใจกับการเล่นการเมืองกันจนมากเกินไป งานนี้ สส.ไม่ว่าจะรีพับลิกันหรือจะเดโมแครต หรือตัวประธานาธิบดี บารัก โอบามา เองก็ต้องสะดุ้งกันแน่ครับ

นั่นคือบทเรียนจากประเทศที่เป็นต้นแบบประชาธิปไตยแห่งหนึ่งของโลก เสียงของประชาชนในครั้งนี้ แต่ละพรรคการเมืองต้องรับฟังครับ เพราะเมื่อเข้าไปในสภาก็ต้องทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร ไม่ใช่มัวแต่เล่นการเมือง ห่วงแต่ผลประโยชน์กันจนลืมประชาชน

เป็นเหมือนกันทั้งนั้นไม่ว่าจะประเทศพัฒนาแล้วหรือประเทศด้อยพัฒนาอย่างบางประเทศแถวนี้ ที่ผู้แทนราษฎรกำลังสะกดความหมายและสำนึกในหน้าที่ของตัวเองไม่ค่อยจะเป็น จนทำให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วประเทศ

แน่นอนครับ ประเทศจะเดินหน้าไปได้ต้องมีระบบ ระบอบที่แข็งแกร่ง ทุกคนเคารพกฎหมาย เคารพกฎเกณฑ์ และองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้แทนราษฎรจะต้องทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

แต่ทุกวันนี้ ประชาธิปไตยแบบโลกที่สาม เหล่าผู้แทนราษฎรกลับทำหน้าที่เป็นคนรับใช้นายทุนทั้งนั้น ทั้งๆ ที่ปัญหาของชาตินั้นสามารถแก้ปัญหาผ่านรัฐสภาได้ทั้งหมด เพียงถ้าหากผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อประชาชน เพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

อย่างว่าล่ะครับ ประชาธิปไตยของโลกที่สามนั้น คนจะขึ้นมาเป็นผู้แทนราษฎรนั้นไม่ใช่คนที่ทำเพื่อสังคม อีกทั้งส่วนหนึ่งก็เติบโตขึ้นมาจากนายทุนท้องถิ่น มาเฟียท้องถิ่น เป็นคนมี ขึ้นมาด้วยการทุ่มเงิน และในที่สุดก็ต้องหาผลกำไรให้ได้มากที่สุดเมื่อได้ตำแหน่ง

เมื่อสองเดือนก่อน ผู้เขียนมีโอกาสไปสิงคโปร์ ได้ไปพูดคุยกับ สส.ที่นั่น ได้ข้อมูลว่า สส.คนไหนไม่ทำดีกับประชาชนก็อย่าหวังว่าจะได้รับเลือก และคนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้แทนในสภาได้นั้น ต้องทำดีเพื่อสังคมให้คนเห็นครับ ถึงจะก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งนี้ได้

สิงคโปร์มักจะถูกเหน็บแนมเสมอครับ ว่าเป็นประชาธิปไตยแบบเผด็จการ ไม่เหมือนประเทศไทย ที่เรามีความเป็นเสรีมากกว่า มีพรรคการเมืองให้เลือกมากกว่า ประชาชนมีปากมีเสียงได้มากกว่า แต่ชักสงสัย ไม่แน่ใจว่าแบบไหนมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จมากกว่ากันจริงๆ!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท