posttoday
สังคมถล่มแดงค้นรพ.จุฬาฯ ทหารตายสังเวยวิภาวดีเลือด

สังคมถล่มแดงค้นรพ.จุฬาฯ ทหารตายสังเวยวิภาวดีเลือด

02 พฤษภาคม 2553

การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอีกครั้ง เมื่อกลุ่ม นปช.ได้มีการปะทะกับกำลังเจ้าหน้าที่ของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ถนนวิภาวดีรังสิต รวมไปถึงกรณีการบุกรุกเข้าไปภายในบริเวณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ของแกนนำ นปช. จนทำให้เกิดกระแสสังคมประณามการกระทำของคนเสื้อแดงในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่น่าสนใจด้วย

ทหารตาย 1 เซ่นสกัดม็อบแดง

เริ่มที่ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา แกนนำ นปช. ได้มีมติตัดสินใจเคลื่อนขบวนบางส่วนออกจากราชประสงค์เพื่อไปยังบริเวณตลาดไท นำโดยนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำ นปช. แต่ปรากฏว่า ศอฉ. ได้ตั้งด่านสกัดจนทำให้เกิดการปะทะกันบริเวณอนุสรณ์สถานฯ ดอนเมืองถนนวิภาวดีรังสิต จนเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นทหารชื่อ พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ ซึ่งจนถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าว่าเป็นฝีมือของฝ่ายใด ไม่เพียงเท่านี้ ในระหว่างเหตุการณ์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งทีมเตรียมจับนายขวัญชัย ตามหมายจับในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่สามารถรอดจากการถูกจับกุมได้อย่างหวุดหวิดเพราะมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้นายขวัญชัยฉวยโอกาสตรงนี้สามารถหนีการจับกุมมาได้

ทั้งนี้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ยืนยันว่าการเสียชีวิตของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ ไม่ได้มาจากการยิงกันเองของทหาร โดยมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอว่าบริเวณที่เกิดเหตุเป็นบริเวณถนนวิภาวดีขาออก แถวหน้าเป็นแถวตำรวจ จะเห็นได้ว่าคนนั่งซ้อนท้ายหัวพุ่งลง แสดงว่าโดนกระสุนยิงมาจากฝั่งขวา ดังนั้นแสดงให้เห็นว่า เป็นไปไม่ได้ที่ทหารจากกองพลทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.ม.1) ที่อยู่ทางฝั่งซ้ายจะเป็นคนยิง ซึ่งจะเห็นว่าเป็นการแอบยิงมาจากผู้แอบยิงจากทางด้านฝั่งขวา และบริเวณเกาะกลางจะเห็นว่ามีคนก่อการร้ายถืออาวุธปืนอยู่ ใส่ชุดดำ และโพกผ้าแดงอยู่ด้วย

จับตำรวจมะเขือเทศขนเอ็ม 79

ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุกลุ่มคนเสื้อแดงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณแยกอนุสรณ์สถานแห่งชาติ มีชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์จะเข้าไปที่เกิดเหตุ แต่เมื่อพบด่านตรวจความมั่นคงบนถนนวิภาวดีรังสิต ทิศทางขาเข้าบริเวณธูปะเตมีย์ ชายคนดังกล่าวก็ได้ทิ้งสัมภาระและรถจักรยานยนต์ไว้แล้วหลบหนีไป เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่ามีลูกระเบิดเอ็ม 79 ถึง 62 ลูก และเครื่องยิงพร้อมเอกสารบัตรระบุชื่อ จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตม์ สังกัดสถานีตำรวจภูธรคูคต จ.ปทุมธานี ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้

สังคมรุมประณามแดงบุกรพ.จุฬาฯ

ถัดมาอีก 1 วัน นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำ นปช. ได้นำการ์ด นปช. ร่วมร้อยคนบุกเข้าไปตรวจค้นอาคาร สก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงดาดฟ้า เพื่อค้นหาทหารที่กลุ่ม นปช. อ้างว่าได้เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในโรงพยาบาล ปรากฏว่าการกระทำของนายพายัพได้สร้างความตื่นตกใจแก่ผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างมาก

การกระทำของ นปช. ครั้งนี้ได้ทำให้เกิดกระแสสังคมที่ออกมาประณามการกระทำของ นปช. เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น แพทยสภา เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ชมรมผู้ป่วยโรคไต เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย เครือข่ายผู้ป่วยมะเร็ง องค์กรผู้บริโภค องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสุขภาพ และคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ขณะที่ทางโรงพยาบาลได้มีการลำเลียงผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปรักษาที่อื่นเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่มารับบริการกับโรงพยาบาล

ย้ายที่ประทับสังฆราชไปศิริราช

อย่างไรก็ตาม ทางแแกนนำ นปช. ได้ออกมาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้มีมติจะรื้อแนวป้องกันที่ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลจุฬาฯ ฝั่งถนนราชดำริออกเพื่ออำนวยความสะดวก แต่ถัดมาในช่วงเย็นของวันที่ 30 เม.ย. ทางกลุ่ม นปช. ก็ได้มีการตั้งแนวป้องกันในบริเวณเดิมอีกครั้ง หลังจากที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือ เสธ.แดง ซึ่งแกนนำ นปช. ได้ตัดสัมพันธ์กับ เสธ.แดง ก่อนหน้านี้ ได้สั่งให้การ์ด นปช. ไปตั้งแนวป้องกันไว้ที่เดิม

จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังได้สร้างความสะเทือนใจให้กับพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมากด้วย โดย นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อทรงเยี่ยม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญไปประทับรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลศิริราช และยังมีรับสั่งให้กำลังใจผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ให้ทำงานอย่างเต็มที่

รวบมืออาร์พีจีถล่มกลาโหม

ในที่สุด ศอฉ. ก็สามารถจับกุมบุคคลที่ทำการยิงอาร์พีจีเข้าใส่กระทรวงกลาโหมตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มี.ค. เวลา 22.00 น. โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ศอฉ.ได้จับกุมผู้ต้องหาคดียิงระเบิดอาร์พีจีหวังถล่มกระทรวงกลาโหมได้แล้ว คือ ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม อายุ 43 ปี ซึ่งออกจากราชการไปกว่า 10 ปีแล้ว และนายศุภนัฐ ปุ๋ยเวช หรือโก้ อายุ 43 ปี

จากการสอบสวนพบว่าคนร้ายมีความประสงค์ที่ต้องการยิงใส่วัดพระแก้ว แต่เกิดความผิดพลาดทำให้ภารกิจไม่สำเร็จ นอกจากนี้จะอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เชิญตัวบุคคลอีก 3 ราย มาซักถามเพิ่มเติม คือ 1.นายภาสกร ศิริลักษณ์ หรือสมนึก อายุ 50 ปี 2.นายวายุภักดิ์ โนรี อายุ 48 ปี 3.พ.ต.ท.ศุภชัย ผุยแก้วกรรม อายุ 39 ปี เพื่อขยายผลต่อไป

‘บิ๊กจิ๋ว’ บุกราบ 11 แค่หน้าประตู

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคเพื่อไทย ได้แต่งชุดทหารเดินทางไปกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อเข้าชี้แจงต่อ ศอฉ. เรื่องล้มสถาบัน แต่ปรากฏว่า พล.อ.ชวลิตเปลี่ยนใจไม่เดินทางเข้าไปภายในโดยแค่ยื่นเอกสารเท่านั้น เนื่องจากทาง ศอฉ. ไม่อนุญาตให้คนติดตามเข้าไปด้วย ทำให้ พล.อ.ชวลิต ไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชวลิต ระบุถึงทางออกของปัญหาทางการเมืองในเวลานี้ว่าต้องตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลดึงทุกฝ่ายเข้าร่วมอยู่ 6 เดือนถึง 2 ปี และตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาจำนวน 100 คนมาแก้ปัญหาแต่ละด้าน

“ถ้าทำได้ความเชื่อมั่นของประเทศจะเกิดขึ้นทันที เมื่อสร้างรัฐบาลเฉพาะกาลแล้วก็ต้องเตรียมตัวแก้ปัญหาพื้นฐาน สร้างประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เร็วที่สุด ถ้าทำได้ก็จะแก้ปัญหาได้ชั่วพริบตาข้ามคืน เมื่อแก้ปัญหาแล้วก็ให้ยุบสภา” พล.อ.ชวลิต กล่าว

พธม.กระทุ้ง ‘อภิสิทธิ์’ สลายแดง

เช่นเดียวกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย และนายสุริยะใส กตะศิลา พร้อมด้วยมวลชนประมาณ 500 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยมีสาระสำคัญ คือ ให้รัฐบาลประกาศจุดยืนนโยบายและกรอบปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมต่อการเอาผิดการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และจัดการกับกลุ่มก่อการร้าย พร้อมกับขอให้ประกาศกฎอัยการศึกเพื่อยุติการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย

เพื่อไทยสรุปไม่ยื่นซักฟอกรัฐบาล

ปิดท้ายกันที่ท่าทีของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับความชัดเจนในเรื่องการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมพรรคมีมติไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะรัฐบาลทำความผิดขัดต่อหลักนิติธรรม นิติรัฐ จากที่มีประชาชนเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม หากฝ่ายค้านยื่นอภิปราย รัฐบาลจะนำไปอ้างต่อชาวโลกว่า รัฐบาลมีความชอบธรรมได้รับการตรวจสอบจากระบบสภาแล้ว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน