
สังคมถล่มแดงค้นรพ.จุฬาฯ ทหารตายสังเวยวิภาวดีเลือด
การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอีกครั้ง เมื่อกลุ่ม นปช.ได้มีการปะทะกับกำลังเจ้าหน้าที่ของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ถนนวิภาวดีรังสิต รวมไปถึงกรณีการบุกรุกเข้าไปภายในบริเวณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ของแกนนำ นปช. จนทำให้เกิดกระแสสังคมประณามการกระทำของคนเสื้อแดงในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่น่าสนใจด้วย
ทหารตาย 1 เซ่นสกัดม็อบแดง
เริ่มที่ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา แกนนำ นปช. ได้มีมติตัดสินใจเคลื่อนขบวนบางส่วนออกจากราชประสงค์เพื่อไปยังบริเวณตลาดไท นำโดยนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำ นปช. แต่ปรากฏว่า ศอฉ. ได้ตั้งด่านสกัดจนทำให้เกิดการปะทะกันบริเวณอนุสรณ์สถานฯ ดอนเมืองถนนวิภาวดีรังสิต จนเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นทหารชื่อ พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ ซึ่งจนถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าว่าเป็นฝีมือของฝ่ายใด ไม่เพียงเท่านี้ ในระหว่างเหตุการณ์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งทีมเตรียมจับนายขวัญชัย ตามหมายจับในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่สามารถรอดจากการถูกจับกุมได้อย่างหวุดหวิดเพราะมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้นายขวัญชัยฉวยโอกาสตรงนี้สามารถหนีการจับกุมมาได้
ทั้งนี้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ยืนยันว่าการเสียชีวิตของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ ไม่ได้มาจากการยิงกันเองของทหาร โดยมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอว่าบริเวณที่เกิดเหตุเป็นบริเวณถนนวิภาวดีขาออก แถวหน้าเป็นแถวตำรวจ จะเห็นได้ว่าคนนั่งซ้อนท้ายหัวพุ่งลง แสดงว่าโดนกระสุนยิงมาจากฝั่งขวา ดังนั้นแสดงให้เห็นว่า เป็นไปไม่ได้ที่ทหารจากกองพลทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.ม.1) ที่อยู่ทางฝั่งซ้ายจะเป็นคนยิง ซึ่งจะเห็นว่าเป็นการแอบยิงมาจากผู้แอบยิงจากทางด้านฝั่งขวา และบริเวณเกาะกลางจะเห็นว่ามีคนก่อการร้ายถืออาวุธปืนอยู่ ใส่ชุดดำ และโพกผ้าแดงอยู่ด้วย
จับตำรวจมะเขือเทศขนเอ็ม 79
ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุกลุ่มคนเสื้อแดงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณแยกอนุสรณ์สถานแห่งชาติ มีชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์จะเข้าไปที่เกิดเหตุ แต่เมื่อพบด่านตรวจความมั่นคงบนถนนวิภาวดีรังสิต ทิศทางขาเข้าบริเวณธูปะเตมีย์ ชายคนดังกล่าวก็ได้ทิ้งสัมภาระและรถจักรยานยนต์ไว้แล้วหลบหนีไป เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่ามีลูกระเบิดเอ็ม 79 ถึง 62 ลูก และเครื่องยิงพร้อมเอกสารบัตรระบุชื่อ จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตม์ สังกัดสถานีตำรวจภูธรคูคต จ.ปทุมธานี ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้
สังคมรุมประณามแดงบุกรพ.จุฬาฯ
ถัดมาอีก 1 วัน นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำ นปช. ได้นำการ์ด นปช. ร่วมร้อยคนบุกเข้าไปตรวจค้นอาคาร สก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงดาดฟ้า เพื่อค้นหาทหารที่กลุ่ม นปช. อ้างว่าได้เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในโรงพยาบาล ปรากฏว่าการกระทำของนายพายัพได้สร้างความตื่นตกใจแก่ผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างมาก
การกระทำของ นปช. ครั้งนี้ได้ทำให้เกิดกระแสสังคมที่ออกมาประณามการกระทำของ นปช. เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น แพทยสภา เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ชมรมผู้ป่วยโรคไต เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย เครือข่ายผู้ป่วยมะเร็ง องค์กรผู้บริโภค องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสุขภาพ และคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ขณะที่ทางโรงพยาบาลได้มีการลำเลียงผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปรักษาที่อื่นเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่มารับบริการกับโรงพยาบาล
ย้ายที่ประทับสังฆราชไปศิริราช
อย่างไรก็ตาม ทางแแกนนำ นปช. ได้ออกมาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้มีมติจะรื้อแนวป้องกันที่ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลจุฬาฯ ฝั่งถนนราชดำริออกเพื่ออำนวยความสะดวก แต่ถัดมาในช่วงเย็นของวันที่ 30 เม.ย. ทางกลุ่ม นปช. ก็ได้มีการตั้งแนวป้องกันในบริเวณเดิมอีกครั้ง หลังจากที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือ เสธ.แดง ซึ่งแกนนำ นปช. ได้ตัดสัมพันธ์กับ เสธ.แดง ก่อนหน้านี้ ได้สั่งให้การ์ด นปช. ไปตั้งแนวป้องกันไว้ที่เดิม
จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังได้สร้างความสะเทือนใจให้กับพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมากด้วย โดย นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อทรงเยี่ยม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญไปประทับรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลศิริราช และยังมีรับสั่งให้กำลังใจผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ให้ทำงานอย่างเต็มที่
รวบมืออาร์พีจีถล่มกลาโหม
ในที่สุด ศอฉ. ก็สามารถจับกุมบุคคลที่ทำการยิงอาร์พีจีเข้าใส่กระทรวงกลาโหมตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มี.ค. เวลา 22.00 น. โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ศอฉ.ได้จับกุมผู้ต้องหาคดียิงระเบิดอาร์พีจีหวังถล่มกระทรวงกลาโหมได้แล้ว คือ ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม อายุ 43 ปี ซึ่งออกจากราชการไปกว่า 10 ปีแล้ว และนายศุภนัฐ ปุ๋ยเวช หรือโก้ อายุ 43 ปี
จากการสอบสวนพบว่าคนร้ายมีความประสงค์ที่ต้องการยิงใส่วัดพระแก้ว แต่เกิดความผิดพลาดทำให้ภารกิจไม่สำเร็จ นอกจากนี้จะอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เชิญตัวบุคคลอีก 3 ราย มาซักถามเพิ่มเติม คือ 1.นายภาสกร ศิริลักษณ์ หรือสมนึก อายุ 50 ปี 2.นายวายุภักดิ์ โนรี อายุ 48 ปี 3.พ.ต.ท.ศุภชัย ผุยแก้วกรรม อายุ 39 ปี เพื่อขยายผลต่อไป
‘
บิ๊กจิ๋ว’ บุกราบ 11 แค่หน้าประตูพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคเพื่อไทย ได้แต่งชุดทหารเดินทางไปกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อเข้าชี้แจงต่อ ศอฉ. เรื่องล้มสถาบัน แต่ปรากฏว่า พล.อ.ชวลิตเปลี่ยนใจไม่เดินทางเข้าไปภายในโดยแค่ยื่นเอกสารเท่านั้น เนื่องจากทาง ศอฉ. ไม่อนุญาตให้คนติดตามเข้าไปด้วย ทำให้ พล.อ.ชวลิต ไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชวลิต ระบุถึงทางออกของปัญหาทางการเมืองในเวลานี้ว่าต้องตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลดึงทุกฝ่ายเข้าร่วมอยู่ 6 เดือนถึง 2 ปี และตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาจำนวน 100 คนมาแก้ปัญหาแต่ละด้าน
“
ถ้าทำได้ความเชื่อมั่นของประเทศจะเกิดขึ้นทันที เมื่อสร้างรัฐบาลเฉพาะกาลแล้วก็ต้องเตรียมตัวแก้ปัญหาพื้นฐาน สร้างประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เร็วที่สุด ถ้าทำได้ก็จะแก้ปัญหาได้ชั่วพริบตาข้ามคืน เมื่อแก้ปัญหาแล้วก็ให้ยุบสภา” พล.อ.ชวลิต กล่าวพธม.กระทุ้ง
‘อภิสิทธิ์’ สลายแดงเช่นเดียวกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย และนายสุริยะใส กตะศิลา พร้อมด้วยมวลชนประมาณ 500 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยมีสาระสำคัญ คือ ให้รัฐบาลประกาศจุดยืนนโยบายและกรอบปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมต่อการเอาผิดการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และจัดการกับกลุ่มก่อการร้าย พร้อมกับขอให้ประกาศกฎอัยการศึกเพื่อยุติการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย
เพื่อไทยสรุปไม่ยื่นซักฟอกรัฐบาล
ปิดท้ายกันที่ท่าทีของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับความชัดเจนในเรื่องการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมพรรคมีมติไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะรัฐบาลทำความผิดขัดต่อหลักนิติธรรม นิติรัฐ จากที่มีประชาชนเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม หากฝ่ายค้านยื่นอภิปราย รัฐบาลจะนำไปอ้างต่อชาวโลกว่า รัฐบาลมีความชอบธรรมได้รับการตรวจสอบจากระบบสภาแล้ว







