posttoday
IMF มองศก.ไทย

IMF มองศก.ไทย

15 พฤศจิกายน 2556

เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. 2556 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เผยแพร่รายงาน IMF CountryReport : Thailand 2013 Article IV Consultation ซึ่งผมขอสรุปประเด็นสำคัญ 5 ประการ และความคิดเห็นดังนี้ครับ

เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. 2556 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เผยแพร่รายงาน IMF CountryReport : Thailand 2013 Article IV Consultation ซึ่งผมขอสรุปประเด็นสำคัญ 5 ประการ และความคิดเห็นดังนี้ครับ

1.IMF คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2556 และปี 2557 จะขยายตัวได้ที่ 3.1% และ 5.2% ต่อปี ตามลำดับ รายงาน IMF ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพที่ดี สามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ ประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่สำคัญๆ นั้น IMF มองว่า GDP ในปี 2557 สะท้อนการฟื้นตัวจากปี 2556

ส่วนการประมาณการตัวเลขหนี้สาธารณะต่อ GDP ของ IMF ประมาณการในปี 2557 หนี้สาธารณะจะอยู่ที่ร้อยละ 48.5 ของ GDP สูงกว่าตัวเลขที่กระทรวงการคลังได้มีการคาดการณ์หนี้สาธารณะ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2557 ไว้ที่ร้อยละ 47.2 ของ GDP เล็กน้อย

2.IMF เสนอให้รัฐบาลควรลดบทบาทของนโยบายการคลังลงหลังจากที่เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว IMF ประเมินว่า ภายใต้ทิศทางนโยบายการคลังในปัจจุบัน ระดับหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 53.9 ของ GDP ภายในปีงบ 2561 ซึ่งอันที่จริง ผมคิดว่ารัฐบาลได้ประกาศเป้าหมายจัดทำงบสมดุลภายในปีงบ 2560 และรักษาระดับหนี้สาธารณะไม่เกินร้อยละ 50 ของ GDP ซึ่งเป็นการลดบทบาทนโยบายการคลังจากนี้ไป

3.IMF เสนอให้รัฐบาลควรพิจารณาลดการอุดหนุนสินค้าพลังงานและสินค้าเกษตร และควรใช้นโยบายการโอนเงินโดยตรงให้แก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ชนบท ซึ่งผมขออ้างอิงภาษาอังกฤษจากรายงานเพื่อความชัดเจนครับ : “Possible new actions to reduce the fiscal deficit and reallocate spending to priority sectors include further reducing generalized energy subsidies and replacing the rice pledging scheme with budgetary transfers targeted to lowincome rural households”

IMF เสนอให้มีการเพิ่มภาษีฐานการบริโภคและทรัพย์สิน ปฏิรูปโครงสร้างภาษีฐานรายได้ รักษาวินัยทางการคลัง รวมถึงสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานของกองทุนนอกงบประมาณ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

ซึ่งผมคิดว่าในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้เริ่มการปรับราคาพลังงานให้เป็นไปตามกลไกตลาด สะท้อนได้จากนโยบายขึ้นราคาก๊าซ LPG ภาคครัวเรือน เดือนละ 50 สต./กก. เริ่มวันที่ 1 ก.ย. 2556 โครงการจำนำข้าวในปีการผลิต 2556/2557 ผมทราบว่ารัฐบาลมีการจำกัดกรอบวงเงินรับจำนำที่ 2.7 แสนล้านบาท รายละไม่เกิน 3.5 แสนบาท (นาปี) และ 3 แสนบาท (นาปรัง)

4.รายงาน IMF ได้กล่าวถึงปัจจัยความเสี่ยงทางการเงินของไทยในระยะปานกลาง 2 ประเด็น ดังนี้ (1) IMF ได้เสนอแนะให้ทางการไทยควรเร่งดำเนินการปรับปรุงเกณฑ์และระเบียบการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่มิใช่ธนาคารและสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้รัดกุมขึ้น (2) ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับที่สูง คือร้อยละ 77.5 ต่อ GDP ทำให้มีความเสี่ยงต่อความสามารถในการชำระหนี้และความยั่งยืนทางเศรษฐกิจได้

ผมคิดว่ากระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจอยู่แล้ว ส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยล่าสุด(ณ ไตรมาส 2 ปี 2556) ผมคิดว่ายังถือว่าอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ เพราะหนี้สาธารณะตามนิยามของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อยู่ที่ 9.276 ล้านล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 79.2 ต่อ GDP หากเปรียบเทียบกับประเทศที่เผชิญกับวิกฤตหนี้ครัวเรือน เช่น สหรัฐและยุโรป พบว่ามีระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงถึงร้อยละ 110130 ต่อ GDP

ผมยังเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนในระยะต่อจากนี้ไปจะขยายตัวชะลอลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและสถาบันการเงินรัดกุมการให้สินเชื่อมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายงานของ IMF ได้มีข้อเสนอแนะนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญ 4 ประการ ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้กำหนดนโยบายไทย คือ (1) รัฐบาลควรจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการคลัง ในการรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ (2) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเน้นการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจมหภาคอื่นๆ เพื่อรองรับความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย (3) กลไกการกำกับดูแลและตรวจสอบของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI) จำเป็นต้องมีการพัฒนาให้มีความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น และ (4) ภาครัฐควรเน้นการดำเนินการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันซึ่งผมคิดว่าเราจะรับฟังไว้ครับ ขอบคุณครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท