
ขอปิดเกม"ไม่รบทั้งปีทั้งชาติ"
การชุมนุมของมวลมหาประชาชนต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมบริเวณถนนราชดำเนินยังคงคึกคักเช่นเดิม โดยมีประชาชนปักหลักค้างคืนเพื่อรอชุมนุมใหญ่ตามที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำประกาศยกระดับครั้งใหญ่ในวันนี้ (15 พ.ย.)
การชุมนุมของมวลมหาประชาชนต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมบริเวณถนนราชดำเนินยังคงคึกคักเช่นเดิม โดยมีประชาชนปักหลักค้างคืนเพื่อรอชุมนุมใหญ่ตามที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำประกาศยกระดับครั้งใหญ่ในวันนี้ (15 พ.ย.)
การปราศรัยของ สุเทพ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ได้มีการนำคลิปวิดีโอคำปราศรัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้พบกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ประเทศนอร์เวย์ เมื่อวันที่ 12 พ.ย. โดยให้ข้อมูลเท็จกับประชาชนว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และ สุเทพ ต้องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อลบล้างความผิดในสมัยออกคำสั่งขอคืนพื้นที่การชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 จนเป็นเหตุให้มีประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิต
“ขณะที่ผมต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับพี่น้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไปบอกคนต่างประเทศว่าผมอยากได้กฎหมายฉบับนี้ เขาทำทุกอย่างเพื่อลดความน่าเชื่อถือของผู้ชุมนุม” สุเทพ กล่าว
สุเทพ กล่าวว่า การประกาศชุมนุมใหญ่วันนี้จะมีเครือข่ายประชาชนกว่า 50 องค์กร 50 สถาบันการศึกษา จัดขบวนพาเหรดสมทบที่ราชดำเนิน จะได้ดูว่ามีประชาชนเท่าไหร่ จากนั้นจะปรึกษาร่วมกันว่าจะจัดการอย่างไรกับรัฐบาล
“เรา ประชาชนพลเมืองดี ไม่ใช่ขี้ข้าทักษิณ ไม่ได้ขายวิญญาณ ต้องทำงานเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง จะรบมันทั้งปีทั้งชาติไม่ได้ เรื่องนี้ต้องจบลงโดยเร็ว ประชาชนต่างจังหวัดสามารถเข้าสมทบกับเราได้ จะได้ยินได้ฟังด้วยหูว่าที่ประชุมมหาประชาชนจะทำอย่างไร แล้วกลับไปปฏิบัติได้ที่บ้าน เราจะตัดสินอนาคตประเทศด้วยหัวใจ” สุเทพ กล่าว
ขณะเดียวกัน สัญญาณถูกส่งออกมาก่อนดีเดย์เพียง 1 วัน มีแนวโน้มว่า 2 เวทีการชุมนุม คือ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ และแยก จปร. จะควบรวมเข้าด้วยกัน
แกนนำจากทั้งสองกลุ่มกล่าวไว้อย่างน่าสนใจเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ถอดรหัสจากถ้อยแถลงแล้วมีความเป็นไปได้สูง
“ถามว่าเป็นคนไทยด้วยกันทำไมจะมารวมกันไม่ได้” พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แกนนำ กปท. ระบุ
แกนนำรายนี้ อธิบายว่า ทุกวันนี้ประเมินสถานการณ์กันวันต่อวัน มีการประสานงานกันระหว่างสองเวที ส่วนตัวไม่ได้เป็นคนไปคุยกับแกนนำ คปท. แต่มีตัวแทนไปคุยให้ สำหรับการรวมเวทีไม่ใช่เรื่องของแกนนำ เป็นเรื่องของประชาชนต้องตัดสินใจเอง
ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ แกนนำ กปท.อีกราย บอกว่า ทั้งสองเวทีมีการประสานกันอยู่ตลอดเวลา และมีความเห็นตรงกันว่าสมควรที่จะร่วมมือกันเพื่อให้เกิดจำนวนมวลชนที่มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้สามารถเคลื่อนไหวและต่อรองกับรัฐบาลได้
อย่างไรก็ดี ร.ต.แซมดิน อธิบายในภายหลังอีกครั้งว่า ไม่ใช่การรวมยุบเวทีเป็นเวทีเดียว แต่ถ้ากิจใดที่เห็นตรงกันว่าควรทำ ก็จะทำร่วมกัน แต่กิจใดที่เห็นต่างกันก็จะไม่ร่วมกันทำ เช่น ในวันที่ 15 พ.ย.นี้ ทั้งสองเวทีเห็นตรงกันว่าควรเชิญชวนให้มีคนมาร่วมชุมนุมมากๆ เราจึงร่วมรณรงค์ให้คนมาด้วย
ขณะที่ อุทัย ยอดมณี แกนนำ คปท.ระบุเพียงสั้นๆ ว่า มีการหารือกันระหว่างสองเวที เพราะทั้งสองเวทีมีเป้าหมายเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม อุทัย เปิดเผยว่า มีแผนจะกดปุ่มระดมมวลชนเพื่อมาช่วยกันล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เร็วๆ นี้ คาดว่าจะมีมวลชนมาร่วมกว่า 5 หมื่นคน และจะต่อสู้กับรัฐบาลให้จบก่อนวันที่ 5 ธ.ค.นี้อย่างแน่นอน
“แผนที่วางไว้คือจะระดมมวลชนปิดล้อมตำรวจที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่โดยรอบบริเวณทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา จะปิดทางเข้าออกทั้งหมดของตำรวจ และไม่ให้ส่งเสบียงให้ตำรวจ เป็นการต่อสู้แบบอารยะ ขอให้จับตาดูในวันที่ 20 พ.ย.นี้จะเกิดอะไรขึ้น ผมเชื่อว่ามีคนอีกมากมายที่พร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือพวกเรา” อุทัย กล่าว







