
ทางออกประเทศ
วิธีง่ายที่สุดที่จะทำให้การชุมนุมประท้วงของฝ่ายต่างๆ ทั้งที่ต่อต้านและสนับสนุนรัฐบาลทั้งในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองจบลงในทันทีโดยปราศจากเงื่อนไขและข้อโต้แย้ง คือ การยุบสภา เลือกตั้งใหม่
วิธีง่ายที่สุดที่จะทำให้การชุมนุมประท้วงของฝ่ายต่างๆ ทั้งที่ต่อต้านและสนับสนุนรัฐบาลทั้งในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองจบลงในทันทีโดยปราศจากเงื่อนไขและข้อโต้แย้ง คือ การยุบสภา เลือกตั้งใหม่
ฟังผิวเผินฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลอาจบอกว่า ไม่เป็นการยุติธรรมที่จะให้ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้เสียสละ เพราะตามกฎหมายยังเหลือเวลาอีกปีกว่า กว่าจะครบเทอม
แต่ผมอยากจะยืนยันกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่า การเลือกตั้งใหม่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เพราะเป็นธรรมดาของการเมืองระบบรัฐสภา ที่เมื่อการบริหารประเทศถึงทางตัน รัฐบาลก็ประกาศยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน
บ่อยครั้งที่ทางยังไม่ตันสนิท แต่เมื่อทางออกไม่สวยหรูหรือไม่สง่างาม รัฐบาลก็เลือกที่จะยุบสภาเช่นกัน
การยุบสภาเป็นการเซตซีโร่ที่ดีที่สุดอย่างแท้จริง มีอะไรที่ค้างคาใจหรือมีแนวทางไหนที่อยากจะเดิน ก็ประกาศออกมาให้ชัดตอนเลือกตั้ง จะได้เกิดความชอบธรรมเมื่อเป็นฝ่ายชนะ และจะทำให้ฝ่ายที่แพ้ขัดขืนได้ยาก
ลองไปศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศอย่างอังกฤษหรือออสเตรเลียดูก็ได้ เวลามีปัญหาเขาก็ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ให้เสียงของประชาชนส่วนใหญ่ช่วยตัดสิน โดยไม่ต้องเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงใดๆ
สาเหตุที่ทำให้ผมคิดว่าเราคงหาทางออกสำหรับความขัดแย้งในปัจจุบันที่ดีกว่าการยุบสภาไม่ได้ คือการที่ทั้งสองฝ่ายกำลังพูดคนละเรื่อง เถียงกันคนละประเด็น
ประเด็นหลักของฝ่ายต่อต้านคือเรื่องความชอบธรรม โดยบอกว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขัดกับหลักนิติรัฐ และจะลบล้างคำตัดสินของศาล
ความหมายที่แฝงไว้คือ ศาลตัดสินตามพยานและหลักฐาน หากไม่พบหลักฐานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำผิดจริง ก็ต้องยกฟ้อง
เมื่อถูกตัดสินว่าผิด และเป็นความผิดที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่การงานปกติ จึงลบล้างด้วย พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่ได้
ส่วนฝ่ายสนับสนุนคุณทักษิณไม่ได้ตอบคำถามข้อนี้ แต่กลับยกประเด็นว่ารัฐประหารเป็นสิ่งผิด เรื่องต่างๆ ที่เป็นผลพวงของรัฐประหารจึงสมควรถูกลบทิ้ง รวมทั้งเรื่องทุจริตด้วย เสมือนไม่เคยเกิดขึ้น
ข้อโต้แย้งแบบนี้เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะยอมรับ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมอยากให้นึกถึงกรณีของอดีตปลัดกระทรวงคนหนึ่ง ซึ่งหลังจากถูกขโมยขึ้นบ้านไม่นาน ก็ถูกศาลตัดสินยึดทรัพย์
กรณีนั้นน่าเห็นใจยิ่งกว่ากรณีคุณทักษิณเสียอีก เพราะขโมยขึ้นบ้านเป็นเรื่องที่ผิดอย่างแน่นอน ส่วนการปฏิวัติในปี 2549 ผิดหรือถูกยังเป็นประเด็นถกเถียงกันในสังคม
หากจะนิรโทษกรรมคุณทักษิณ ปลัดกระทรวง คนนั้นก็ควรได้รับการนิรโทษกรรมด้วย เพราะถ้าลบล้างเรื่องขโมยขึ้นบ้านได้ ก็คงไม่ถูกจับดำเนินคดี
การระดมคนเสื้อแดงมาชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลในกรุงเทพฯ ไม่ได้ทำให้ความกังขาในเรื่องความชอบธรรมหายไป
มีคนตีความว่า เป็นความพยายามเอาคนต่างจังหวัดมาข่มขู่คนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่เป็นคุณกับฝ่ายรัฐบาล
ไม่เพียงเท่านั้น ไม่ว่าผลของการชุมนุมของทุกฝ่ายจะจบลงอย่างไร แต่ตราบใดที่สภาชุดนี้ยังอยู่ คำถามในเรื่องความชอบธรรมจะไม่มีทางหมดไปง่ายๆ
ในสายตาของคนที่คัดค้านการนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง สภาชุดนี้ได้ทำเรื่องอัปยศ ขัดกับหลักนิติรัฐ ไม่เป็นที่ยอมรับทั้งของชาวไทยและชาวโลก จึงไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นองค์กรหลักในการตรากฎหมายเพื่อใช้ในการปกครองและบริหารประเทศ
และเมื่อสภาหมดความชอบธรรม รัฐบาลก็พลอยหมดความชอบธรรมไปด้วย เพราะมาจากเนื้อเดียวกัน
เห็นหรือยังว่า การยุบสภาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับรัฐบาลเอง ดีกว่าที่จะลากถูไปโดยไม่ได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสังคมของคนที่มีความรู้
เป็นรัฐบาลมากว่าครึ่งเทอมแล้ว ยุบสภาตอนนี้ก็ไม่น่าเกลียดและไม่น่าเสียดายแล้ว อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเสียเปรียบ รอไปจนสถานการณ์บังคับมากกว่านี้อาจเสียเปรียบมากกว่านี้
ในความเป็นจริง หากยังยืนกรานอยากนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งโดยไม่แคร์ว่าจะขัดกับหลักนิติรัฐ ก็มีโอกาสสำเร็จมากกว่าด้วยการเลือกตั้ง โดยประกาศเป็นนโยบายหาเสียงอย่างชัดเจนเป็นการล่วงหน้าว่าจะเอาแบบนี้ ใครจะทำไม
เมื่อชนะ ก็อาจจะเหมาเข่งได้โดยมีอุปสรรคน้อยลง รวมทั้งอาจไม่มีเสียงนกหวีดให้รำคาญใจ
ลองนึกย้อนกลับไปถึงการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว หากพรรคเพื่อไทยประกาศชัดเจนตั้งแต่ตอนหาเสียงว่า ถ้าชนะเลือกตั้งจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง ป่านนี้คุณทักษิณก็อาจนอนตีพุงอยู่ที่บ้านในกรุงเทพฯ หรือที่โรงแรมไหนสักแห่ง หากเข้าบ้านไม่ได้
หากที่พูดมาแล้วทั้งหมดยังไม่ทำให้มั่นใจว่าผมแนะนำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมก็ขอยืนยันเพิ่มเติมว่า การยุบสภาเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณทักษิณเอง
ลองนึกดูให้ดีนะครับ ว่าความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะกลับเมืองไทยจะบรรลุผลได้อย่างไร ที่ผ่านมาทดลองทำแล้วสารพัดวิธี แต่ทุกวิธีก็เจอทางตัน
ครั้งนี้อุตส่าห์เลือกจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามอ่อนกำลังที่สุดแล้ว แต่นอกจากจะไม่สำเร็จ ยังกลับเป็นการไปช่วยให้ฝ่ายต่อต้านเข้มแข็งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
เชื่อผมเถิดครับ เหลืออยู่ทางเดียว คือ ประกาศชัดเป็นนโยบายหาเสียงว่า หากชนะจะเหมาเข่งหรือจะให้สะใจกว่านั้นก็ยังได้ เช่น ประกาศว่าจะนิรโทษกรรมเฉพาะตัวเองและพวกพ้อง ที่เหลือจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด
และถ้ายังชนะแบบถล่มทลายอีก ใครเลยจะขัดขืนได้
แต่ตราบใดที่ยังไม่ยุบสภา ก็ยังไม่มีโอกาส







