
ช่วยให้ถูกทาง
เหตุพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนที่เข้าถล่มประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อประชาชนชาวฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1,774 คน ผู้สูญหายคาดว่า 2.2 หมื่นคน ไม่นับความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งบ้านเรือน พื้นที่เพาะปลูก ความเป็นอยู่ของประชาชนในเขตที่เกิดพายุ มีการประเมินว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน หรือ 1 ใน 10 ของประชากรฟิลิปปินส์ทั้งประเทศทีเดียว
เหตุพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนที่เข้าถล่มประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อประชาชนชาวฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1,774 คน ผู้สูญหายคาดว่า 2.2 หมื่นคน ไม่นับความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งบ้านเรือน พื้นที่เพาะปลูก ความเป็นอยู่ของประชาชนในเขตที่เกิดพายุ มีการประเมินว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน หรือ 1 ใน 10 ของประชากรฟิลิปปินส์ทั้งประเทศทีเดียว
นอกจากนี้ ประชาชนหลายพันคนที่ถูกพายุไต้ฝุ่นลูกนี้ทำลาย ยังเผชิญกับปัญหาความอดอยาก ขาดแคลนทั้งน้ำ อาหาร ที่อยู่อาศัย จนมีการปล้นสะดมร้านค้าและขบวนรถให้ความช่วยเหลือไปทั่ว
ภาวะดังกล่าว ทำให้นานาชาติต้องเร่งส่งความช่วยเหลือไปยังฟิลิปปินส์ แต่ดูเหมือนยังไม่เพียงพอกับปัญหาที่เกิดขึ้น จนสหประชาชาติต้องร้องขอนานาประเทศเพื่อระดมเงิน 297 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ฟิลิปปินส์ โดยเน้นเรื่องอาหาร สุขอนามัย ที่พัก และคุ้มครองกลุ่มที่อ่อนแอ
สำหรับประเทศไทย นอกเหนือจากหลักมนุษยธรรมแล้ว ฟิลิปปินส์ยังเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด เพราะเป็นสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน แต่ความช่วยเหลือที่รัฐบาลไทยให้กับฟิลิปปินส์ดูเหมือนจะเป็นไปอย่างล่าช้าเมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา มีการรายงานเพียงการส่งสารแสดงความเสียใจ ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพิ่งสั่งการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ
ที่น่าแปลกคือ มีการเสนอให้จัดกิจกรรมบริจาคเงินช่วยเหลือประเทศฟิลิปปินส์ผ่านทีวี ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ ทั้งที่โดยปกติรัฐบาลทุกประเทศมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อประเทศที่ประสบภัยพิบัติ หากไม่จัดสรรเงินงบประมาณ ก็จะจัดส่งยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์การช่วยเหลือ อาหาร หรือบุคลากร เพื่อให้ความช่วยเหลือโดยใช้งบประมาณของรัฐ
เพราะถือว่าเป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระหว่างรัฐต่อรัฐ ส่วนภาคเอกชนหรือองค์กรเอกชนใดที่ต้องการให้ความช่วยเหลือก็ให้เป็นไปตามความสมัครใจ
สำหรับประเทศไทย สิ่งที่สามารถทำได้ คือ การส่งข้าวไปช่วยเหลือ เพราะคนฟิลิปปินส์รับประทานข้าวเหมือนคนไทยและสั่งซื้อข้าวไทยมาโดยตลอด และปัจจุบันรัฐบาลเองก็มีข้าวอยู่เต็มโกดัง
วิธีนี้ถือว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือที่ทำได้ทันทีและตรงเป้าประสงค์ผู้ประสบภัยที่กำลังอดอยากขาดแคลน โดยที่รัฐไม่ต้องเสียเวลาทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เอาเงินภาคเอกชนไปช่วยเหลือแต่อย่างใด







