posttoday
นปช.ทำจดหมายแจงกาชาดสากล

นปช.ทำจดหมายแจงกาชาดสากล

01 พฤษภาคม 2553

แกนนำ นปช. ระบุ เจรจากับทางรพ.จุฬาฯแล้วพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับคนไข้  "จตุพร" ลั่นสู้ต่อแม้รัฐบาลจะใช้กฎอัยการศึก

แกนนำ นปช. ระบุ เจรจากับทางรพ.จุฬาฯแล้วพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับคนไข้  "จตุพร" ลั่นสู้ต่อแม้รัฐบาลจะใช้กฎอัยการศึก

18.11น.นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. แถลงถึงจุดยืนของนปช.จากกรณีที่กลุ่มนปช.เข้าไปตรวจค้นภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ว่า วันนี้ นายวีระ มุสิกพงษ์ ประธานนปช.และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้มีการเจรจากันโดยมีข้อสรุปว่า นปช.ยินดีอำนวยความสะดวกให้กับคนไข้ ส่วนรพ.จะกลับมาเปิดบริการรับคนไข้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่2พ.ค.

นพ.เหวง กล่าวว่า สำหรับการที่พญ.มาลินี สุขเวชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม.นำเรื่องนี้มาโจมตีเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของนปช. ด้วยการติดต่อกับองค์การกาชาดสากลและอาจมีการบิดเบือนข้อมูล ดังนั้น นปช.จึงจะได้เตรียมยื่นจดหมายถึงมิสเตอร์ คริสเตียน บรูนเนอร์ หัวหน้าฝ่ายภูมิภาคกาชาดสากล ในวันที่3พ.ค.เวลา 11.00น. โดยนพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เป็นตัวแทนของนปช.เพื่อไปยื่นจดหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาของจดหมายมีดังนี้ เราชาวนปช.เขียนจดหมายนี้เพื่อขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 29 เม.ย. เราอยากอธิบายเหตุการณ์ให้ท่านรับทราบจากมุมขอเราซึ่งเราได้รับแจ้งจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่ามีทหารติดอาวุธหลบซ่อนอยู่ในอาคารของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ท่านอาจได้อ่านรายงานข่าวทางหนังสือพิมพ์ว่ามีการยิงอาวุธออกจากพื้นที่บริเวณนี้ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนและคนบาดเจ็บหลายคน แน่นอนว่ารัฐบาลตำหนิเราว่ามีส่วนร่วมในโศกนาฎกรรมนี้

เราได้เข้าตรวจสอบสถานที่และสรุปว่าตำแหน่งของการยิงM16นั้น น่าจะมาจากส่วนหนึ่งในบริเวณอาคารของโรงพยาบาล ดังนั้น ด้วยข้อมูลเรื่องการหลบซ่อนของทหารติดอาวุธนี้ เราจึงสอบถามท่านผูอำนวยการโรงพยาบาลเพื่อขออนุญาตเข้าไปค้นหาทหารที่ซ่อนอยู่ในอาคาร ท่านผู้อำนวยการได้เห็นขอบและบอกเราให้เข้ามาได้หลังเวลาทำการ ในขณะนั้นตัวอาคารที่เราเข้าไปไม่ได้ถูกใช้เพื่อให้บริการผู้ป่วยใดๆ หลังจากที่เราเข้าไปในอาคารไฟฟ้าแสงสว่างก็ดับลงและเราเห็นทหารพยายามที่จะหลบหนี เราตามล่าพวกเขาและทหารยิงปืนใส่ เราจึงนำรูปนี้ส่งมอบให้ท่าน
เราขอยืนยันกับท่านอีกครั้งว่าเรามิได้มีเจตนาก่อให้เกิดอันตราย ไม่ต้องการข่มขู่ใคร เราต้องการให้มีความมั่นใจว่าจะไม่มีทหารติดอาวุธแอบซ่อนอยู่ในโรงพยาบาล ทั้งนี้โรงพยาบาลตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่ชุมนุม เราก็ไม่ต้องการให้ทหารใช้ความรุนแรงหรืออาวุธใดๆต่อผู้ประท้วงที่มาด้วยมือเปล่าอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว หากเราสามารถป้องกันได้ เราอยากจะให้แน่ใจว่าทุกคนปลอดภัย สิ่งที่เราทำครั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุมประท้วง

เรามิได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือทำร้ายใคร โดยเฉพาะผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล และบุคลากรเจ้าหน้าที่ ดังนั้น หลังจากที่เราพบว่ามีทหารซ่อนอยู่ในโรงพยาบาล เราต้องการคำอธิบาย โรงพยาบาลมีไว้สำหรับการดูแลผู้ป่วยไม่ใช่ถูกใช้เป็นที่หลบซ่อนของทหาร        หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้คุยกับคณะผู้บริหารโรงพยาบาล มีการตกลงจะประชุมร่วมกันที่บริเวณสถานที่ชุมนุมในช่วงเวลาเย็นต่อมาภายหลังคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเปลี่ยนสถานที่ประชุม โดยให้จัดในสำนักงานของโรงพยาบาล เราได้ปฎิเสธคำขอของพวกเขาและทราบในภายหลังว่า ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแนะนำให้พวกเขาวางแผนนี้ ทั้งนี้ตำรวจได้ออกหมายจับแกนนำนปช.หลายคน แม้ว่าเรามีสิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อประท้วงอย่างสงบ เราเชื่อว่าตำรวจจะจับกุมเราทันทีที่เราก้าวออกจากบริเวณที่ชุมนุม อย่างไรก็ตามเราได้พูดคุยกับคณะผู้บริหารโรงพยาบาลแล้วในบ่ายวันที่1พ.ค.2553

ด้วยความเคารพยิ่งของเราโปรดรับคำขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น เราหวังว่าท่านจะเข้าใจสถานการณ์ทีทำให้เราต้องกระทำไปเพื่อปกป้องผู้ชุมนุมและเราจะพยายามอย่างที่สุดที่จะสนับสนุนการให้บริการต่อคนไข้ของโรงพยาบาล และเราเชื่อมั่นว่าการกระทำของเราเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนเท่านั้น

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.กล่าวว่า กรณีของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ซึ่งทางเราได้มีการเจรจากับทางผู้บริหารโรงพยาบาล โดยมีข้อสรุป 2 ข้อ คือ 1.นปช.จะถอยมาในจุดที่โรงพยาบาลให้บริการได้ 2.โรงพยาบาลจะไม่ให้ทหารเข้าไปกระทำการใดๆ ซึ่งปัญหาระหว่างนปช.กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว

นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการประชุมครม.นัดพิเศษในวันที่ 2 พ.ค. ต้องจับตามอง คือ จะมีการวางกรอบเพื่อประกาศใช้กฎอัยการศึก ความจริงแล้วอำนาจในการใช้กฎอัยการศึกไม่เป็นของครม.แต่เป็นกฎหมายที่สามารถประกาศได้โดยนายทหารระดับผบ.พัน ซึ่งการยกเลิกต้องมาจากพระบรมราชโองการ อย่างไรก็ตามถ้าจะมีการประกาศกฎอัยการศึกจริงก็ไม่ได้มีผลต่อการชุมนุมว่าคนเสื้อแดงจะถอยจากพื้นที่ชุมนุม และคืนนี้คนเสื้อแดงจะเข้ามาสมทบที่ราชประสงค์ และทางนายก่อแก้ว พิกุลทอง กำลังรวบรวมจัดทำที่นอนขึ้นมาเพื่อรองรับฤดูฝนว่าจะยกพื้นอย่างไร

“เราไม่สนใจกับกฎอัยการศึก จะทำให้การต่อสู้สั้นลง แต่เราจะรองรับการต่อสู้ที่จะเข้าสู่ฤดูฝน จะปักหลักสู้อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ว่ารัฐบาลจะใช้กฎหมายใดหรืออาวุธอะไรเราก็พร้อมที่จะสู้ เหลืออยู่คนเดียวก็จะสู้” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลพยายามบิดเบือนเรื่องคนตายโดยเฉพาะจากประชาชน ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาใช้สื่อเพื่อโจมตีการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวหาว่าทหารฆ่าประชาชน ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งอยากถามว่าประชาชนที่เสียชีวิตมาจากอะไรในเหตุการณ์ครั้งนั้นทหารมีการเอาอาวุธสงครามมาใช้ มีคนตายถึง 21 คน และบาดเจ็บมากกว่า 800 คน บุคคลเหล่านี้ไม่ได้ฆ่าตัวตายแน่นอนขอเตือนนายสุเทพว่ากรรมกำลังจะตามทัน

“เรื่องการหมิ่นสถาบัน อยากถามว่าทำไมรัฐบาลไม่จับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในข้อหาเดียวกันและไม่ได้อยู่ในแผนผังขบวนการล้มสถาบันของศอฉ. ซึ่งนายสนธิ มีคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมจากกรณีของการเผยแพร่ซ้ำกรณีดาตอร์ปิโด นอกจากนี้ เราจะดำเนินการฟ้องร้องนายสุเทพทางคดีแพ่งและอาญาต่อไป” นายจตุพร กล่าว

แกนนำนปช.รายนี้ กล่าวอีกว่า ศอฉ.กำลังพยายามโยงใยเรื่องวัดพระแก้วว่าเกี่ยวกับคนเสื้อแดงโดยระบุว่ามีส่วนเกียวข้องกับแกนนำคนเสื้อแดงพัทยา ยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่เคยคิดยิงวัดพระแก้ว พวกเราเป็นคนพุทธจะยิงวัดพระแก้วเพื่อให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภา เพื่ออะไร เรื่องนี้ต้องให้เกิดความกระจ่างเป็นความพยายามขยายผลจากกรณีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

“ถ้าจะมีการสอบสวนก็ทำไป เราไม่ยอมให้เรื่องนี้มาใส่ร้ายเรา แต่สงสัยการทำหน้าที่ของพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร.ว่ากระบวนการสอบสวนเป็นไปตามประมวลวิธิพิจารณาความอาญาหรือไม่ และขอตั้งข้อสงสัยว่าถ้าส.ต.ต.ที่ศอฉ.จับได้นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญการใข้อาวุธจริงเขาก็ต้องรู้ว่าการยิงอาร์พิจีต้องทางตรงและM79 เป็นวิถีโค้ง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ต้องหาจะยิงอาร์พีจีใส่วัดพระแก้วเพราะจุดเกิดเหตุอยู่ไกลจากวัดพระแก้ว” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับทราบรัฐบาลได้สั่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องพักของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำนปช.ที่ลาดพร้าวซอย 71 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นมาตรการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายเป็นการคุกคามประชาชน ใช้อำนาจของรัฐโดยมิชอบ และยังเป็นพฤติกรรมของรัฐบาลที่กระหายอำนาจ อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นคดีอาญามีอายุความ20 ปี และตอนนี้นายสุภรณ์มีหมายจับ จึงไม่สามารถไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้ และภายหลังหากการชุมนุมของนปช.ไปสู่จุดมุ่งหมายจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อนำคนสั่งมารับผิด

ส่วนกรณีการเคลื่อนไหวของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นายจตุพร กล่าวว่า หากเสธ.แดงต้องการที่จะร่วมชุมนุมอยู่ในพื้นที่ของคนเสื้อแดงก็จะต้องปฎิบัติตามมติของแกนนำนปช.และแกนนำทุกคนต้องเคารพมติเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมต้องพร้อมที่จะร่วมปฎิบัติตามมติของแกนนำ ดังนั้น เมื่อเราจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางทางก็ต้องไปในทิศทางเดียวกัน ถึงจะประสบความสำเร็จ

“เสธ.แดงก็เป็นผู้ชุมนุมคนหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่แกนนำที่ชัดเจน หากต้องการที่จะร่วมชุมนุมท่านก็ต้องปฎิบัติเหมือนเรา ทั้งแกนนำและผู้ชุมนุมก็ต้องปฎิบัติเหมือนกัน มันถึงจะเกิดเป็นภราดรภาพไปสู่ชัยชนะที่ชัดเจน” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชที่ต้องการให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และให้ผู้ชุมนุมออกจากราชประสงค์พร้อมกับให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อคลี่คลายทุกเรื่องภายใน 7 วันนั้นตนเพิ่งได้อ่านแถลงการณ์ของพรรคประชาราช ซึ่งตนก็รับฟังแต่ทั้งนี้ตนก็ต้องเอาเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อให้แกนนำได้พิจารณาต่อไป ส่วนข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่ากรรมสิทธิควรไปฟอกตัวเองก่อนเพราะภาพของกรรมการสิทธิ์กำลังโอบอุ้มรัฐบาลและตอบสนองงานให้รัฐบาลอยู่ หากทำตัวให้เป็นกลางได้เป็นที่ประจักษ์เราก็พร้อมรับข้อเสนอต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ