
สร้างศรัทธารัฐสภา
ประชาชนต้องการทางออกของประเทศ ไม่ประสงค์จะเห็นนักการเมืองไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านใช้ทุกเครื่องมือไปเพื่อผลประโยชน์ของพรรคตัวเอง เนื่องจากประเทศชาติบอบช้ำมามากพอแล้ว
ประชาชนต้องการทางออกของประเทศ ไม่ประสงค์จะเห็นนักการเมืองไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านใช้ทุกเครื่องมือไปเพื่อผลประโยชน์ของพรรคตัวเอง เนื่องจากประเทศชาติบอบช้ำมามากพอแล้ว
ดังนั้น การเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเปิดให้มีการอภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร โดยไม่ต้องลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179 ในวันที่ 13 พ.ย. ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องสร้างความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
หากรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยใช้ช่องทางนี้เพื่อเป็นเกมตอบโต้ฝ่ายที่เห็นต่าง หรือเพื่อแก้เกี้ยวทางการเมืองที่กำลังถูกรุกไล่จากการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม ประชาชนจะยิ่งเอือมระอา และหมดศรัทธาต่อความเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยมากยิ่งขึ้น
ต้องยอมรับว่าผลการตัดสินของศาลโลกในคดีพระวิหารยังมีความคลุมเครือ ยังไม่แจ่มชัดว่าทั้งไทยและกัมพูชาจะสามารถตกลงกันได้จริงหรือไม่ และอย่างไร ประเทศไหนจะเสียดินแดน หรือใครจะได้ประโยชน์จากผลคำพิพากษาในครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน
ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำรัฐบาลและสมาชิกรัฐสภาต้องร่วมกันแสดงถึงวุฒิภาวะของผู้ทำหน้าที่รักษาประโยชน์ของชาติโดยส่วนรวม
ผู้นำรัฐบาล สส. และ สว. ต้องใช้เวทีแห่งนี้สร้างความมั่นใจให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าการดำเนินการในพื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนแห่งนี้หลังจากนี้มีความตรงไปตรงมา
การเจรจาความกับฝ่ายกัมพูชาในแต่ละคณะ แต่ละขั้นตอนที่รัฐบาลรับผิดชอบดำเนินการ จะมีการขออนุมัติจากรัฐสภา เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเป็นต้นเหตุให้ประเทศต้องเสียประโยชน์จากการเจรจาระหว่างประเทศ
นอกจากนี้แล้ว การเปิดอภิปรายในครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะต้องไม่ใช้สภาแห่งนี้เพื่อชิงไหวชิงพริบทางการเมืองหรือเล่นการเมือง เช่นที่ฝ่ายรัฐบาลใช้กลุ่มคนเสื้อแดงตอบโต้พลังประชาชนอีกฟากเพียงแค่ต้องการเอาชนะ
ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเสียงข้างมากเสื่อมทรุดศรัทธาในสายตาประชาชนมามากพอแล้ว ถูกกล่าวหาเป็นทั้งสภาทาส สภาไร้เกียรติ ดังนั้นในสถานการณ์การเมืองช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจากนี้ สมาชิกรัฐสภาจะต้องตระหนักให้การอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เกิดความไว้วางใจได้ว่าเป็นสถาบันที่สามารถพึ่งพาในการประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้เลวร้ายไปกว่านี้
ประชาชนประเทศนี้ไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์รัฐสภาถูกตอกย้ำเป็นสถาบันย่ำยีปวงชนชาวไทยไปมากกว่านี้อีกแล้ว







