
ธาริต ตั้งข้อหา กบฏ สุเทพ ปลอด-เฉลิม เฉ่งอารยะขัดขืน
หลัง สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำกลุ่มคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ประกาศยกระดับการชุมนุมด้วยการใช้อารยะขัดขืนอาทิ หยุดงาน หยุดเรียน ชะลอการจ่ายภาษี ปรากฏว่า รัฐบาลโดยรัฐมนตรี กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศจะดำเนินคดีกับสุเทพทันที
หลัง สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำกลุ่มคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ประกาศยกระดับการชุมนุมด้วยการใช้อารยะขัดขืนอาทิ หยุดงาน หยุดเรียน ชะลอการจ่ายภาษี ปรากฏว่า รัฐบาลโดยรัฐมนตรี กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศจะดำเนินคดีกับสุเทพทันที
ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า จะสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับ สุเทพ และพวกรวม 9 คน ที่ประกาศลาออกจากสส.มาเป็นแกนนำคัดค้านการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะถือเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำในลักษณะเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนอันจะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ 117 ร่วมถึงข้อหากบฏ ตามที่ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือให้ดีเอสไอดำเนินการ
“หากเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.แนบท้ายคดีพิเศษก็จะรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษทันที แต่หากไม่เข้าบัญชีแนบท้ายการสอบสวนคดีพิเศษก็จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในวันที่ 27 พ.ย.” ธาริต กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาดีเอสไอเคยออกแถลงการณ์แจ้งเตือนแกนนำไปแล้ว แต่ไม่เป็นผล กลับมีการยกระดับการชุมนุมที่ส่อเค้ารุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหากวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ยังชุมนุมกันต่อเนื่อง ดีเอสไอจะดำเนินคดีแบบต่างกรรม ต่างวาระ” ธาริต กล่าว
ขณะที่ พร้อมพงศ์ กล่าวว่า ที่มาร้องทุกข์กับดีเอสไอ เพราะเชื่อว่ามีศักยภาพในการดำเนินคดีโดยใช้อำนาจพิเศษได้ เนื่องจากได้ร้องให้เข้าไปตรวจสอบถึงเส้นทางการเงินที่นำมาสนับสนุนม็อบด้วย และจะแจ้งความที่กองบังคับการกองปราบปราม และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อเอาผิดพรรคประชาธิปัตย์ในหลายกรรม หลายวาระ
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า การที่ สุเทพและพวกเชิญชวนประชาชนทำอารยะขัดขืน โดยหยุดงานและชะลอการชำระภาษีพร้อมกันทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 13-15 พ.ย. อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งล่าสุดมีการแจ้งความดำเนินคดีกับ สุเทพแล้วที่ สน.สำราญราษฎร์ และที่ดีเอสไอ
โฆษก ศอ.รส. กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ศอ.รส.ได้วิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์การชุมนุมตามทฤษฎีการชุมนุม ซึ่งมี 4 ขั้นตอน พบว่า ขณะนี้ได้บรรลุขั้นแรกในการระดมมวลชนทุกวิถีทาง โดยใช้เงื่อนไขคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และคำตัดสินศาลโลกกรณีปราสาทพระวิหาร ขณะนี้ผู้ชุมนุมยกระดับสู่ขั้นที่ 2 คือการสร้างความไร้ระเบียบ ปลุกเร้าให้ปฏิเสธอำนาจรัฐโดยการเชิญชวนให้ประชาชนทำอารยะขัดขืน และกำลังเข้าสู่ขั้นที่ 3 คือสร้างความวุ่นวาย ปะทะ จลาจล เพื่อเป้าหมายขั้นสุดท้าย คือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ต้องการ ซึ่ง ศอ.รส.ได้รายงานสถานการณ์ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบโดยตลอด
ด้าน ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการอารยะขัดขืนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ไม่ใช่อารยะขัดขืน เพราะอารยะหมายถึงความเจริญถูกต้อง ท่านกลับไปคิดวลีและคำเชิญชวนใหม่ดีกว่า เพราะการยุแบบนี้จะทำให้สังคมเสื่อม
“สส.ประชาธิปัตย์ 9 คนลาออก เป็นการลาออกที่ขาดเหตุผล เพราะการเลือกตั้งหนึ่งครั้งเสียเงินเขตละ 30 ล้านบาท ซึ่งจะร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เรียกเก็บเงินค่าเลือกตั้งใหม่จากพรรคประชาธิปัตย์ และปรับของเดิมด้วย อยากจะดูว่าท่อน้ำเลี้ยงจะมีเงินจ่ายหรือไม่” ปลอดประสพ กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึงการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินว่า การที่ สุเทพ เรียกร้องให้คนหยุดงาน ถือเป็นความผิดเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 117 โทษจำคุก 7 ปี และการไปตั้งศาลประชาชน ก็เข้าข่ายว่ากบฏในราชอาณาจักร เรื่องนี้ทำไม่สำเร็จ
“เป็นเรื่องไร้สาระ เพราะวันนี้งานหายาก แล้วใครจะไปเลิกทำงาน เขาต้องทำมาหากิน และเรื่องการเสียภาษีเป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่มีรายได้ ใครจะไปทำตามนายสุเทพ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว







