
อัดรบ.ลักไก่ใช้ม.179ให้สภารับคำพิพากษาศาลโลก
“40 ส.ว.” อัดรัฐบาลใช้ม.179ลักไก่ให้สภายอมรับคำพิพากษาศาลโลก จี้ ใช้กลไก ม.190 นำเรื่องเข้าสภาแทน
“40 ส.ว.” อัดรัฐบาลใช้ม.179ลักไก่ให้สภายอมรับคำพิพากษาศาลโลก จี้ ใช้กลไก ม.190 นำเรื่องเข้าสภาแทน
เวลา 09.30 น. กลุ่ม 40 สว.นำโดยน.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา นายตวง อันทะไชย สว.สรรหา ร่วมกันแถลงข่าวคัดค้านการเรียกประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา 179 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อหารือกรณีปราสาทพระวิหารในวันที่ 13 พ.ย. แต่ยืนยันจะเข้าร่วมประชุมตามปกติ
โดยน.ส.รสนา กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลจะขอให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในกรณีนี้ก็ควรจะใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องระหว่างประเทศที่จะต้องให้รัฐสภาร่วมกันพิจารณา ไม่ใช่มาแค่ให้รัฐสภารับทราบโดยใช้เวลาเพียงครึ่งวันของวันนี้ และขณะนี้คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลกกำลังมีเงื่อนงำอย่างมาก เพราะได้มีการขยายพื้นที่โดยรอบตัวปราสาทพระวิหารออกไป และจะนำไปสู่การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียวของกัมพูชาได้อย่างสมบูรณ์
น.ส.รสนา กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2551 องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนาธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารให้กัมพูชาแบบมีเงื่อนไข คือ กัมพูชาจะต้องตกลงกับไทยในเรื่องพื้นที่บริหารจัดการร่วมให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ปรากฎว่าพอมาถึงปี 2553 ทั้ง 2 ประเทศไม่สามารถตกลงกันได้ ย่อมทำให้การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเป็นโมฆะ แต่ปรากฎว่าคำพิพากษาของศาลโลกปี 2556 กลับให้ทั้ง 2 ประเทศไปทำการตกลงกัน ซึ่งถือว่าเป็นการรองรับความเป็นมรดกโลกโดยสมบูรณ์
“ถือว่าเป็นการล่าอณานิคมยุคใหม่ผ่านทางวัฒนธรรมและมีการฮั้ว กันเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดก โลกเพียงฝ่ายเดียว บังเอิญกับที่รัฐสภาไทยได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เพื่อกำหนดให้ข้อตกลงเกี่ยวกับเขตแดนที่ไม่มีความชัดเจนไม่ต้องนำเข้ารัฐสภา” น.ส.รสนา กล่าว
ด้านนายตวง กล่าวว่า การใช้รัฐรรมนูญมาตรา 179 ของรัฐบาล เป็นความต้องการที่จะทำให้เห็นว่ารัฐสภาไทยได้ยอมรับและรับทราบคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในทางปฏิบัติรัฐบาลจะทำอย่างนั้นไมได้ เพราะการจะให้ยอมรับหรือไม่ยอมรับคำพิพากษาศาลโลก จะต้องใช้กลไกการทำประชาพิจารณ์เพื่อสอบถามความเห็นของประชาชนทั้งประเทศ จะมาใช้มาตรา 179 เพื่อเหมารวมว่าประเทศยอมรับคำพิพากษาของศาลโลกไม่ได้ เพราะเจตนารมณ์ของมานตรา 179 คือการให้รัฐบาลสามารถใช้รัฐสภาปรึกษาปัญหาราชการแผ่นดิน แต่ในกรณีนี้ถือว่าไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องคำพิพากาษของศาลโลก
ขณะที่ นายสมชาย กล่าวว่า การทำแบบนี้ถือเป็นการลักไก่ของรัฐบาล เพราะต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรรมนูญ มาตรา 190 ยังแก้ไขไม่สมบูรณ์ เพราะเวลานี้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 190 ไว้แล้ว ถือว่าการแก้ไขมาตราดังกล่าวยังไม่มีความสมบูรณ์ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันทุกประการ







