
ครม.ให้จังหวัดชงบิ๊กโปรเจคแบ่งเค้กงบ
ครม.ยิ่งลักษณ์ไฟเขียวจังหวัดชงเมกกะโปรเจคแบ่งเค้กงบประมาณ
ครม.ยิ่งลักษณ์ไฟเขียวจังหวัดชงเมกกะโปรเจคแบ่งเค้กงบประมาณ
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ สภาพัฒน์ ปรับปรุงรูปแบบการจัดประชุม ค.ร.ม. สัญจร ในปีหน้า โดยให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัด นำเสนอแผนงานและโครงการ ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจค เพื่อให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติงบประมาณ
“โดยขอให้เสนอโครงการที่สามารถสร้างการพัฒนาขนานใหญ่ เช่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด หรือ แก้ปัญหาขนาดใหญ่ในพื้นที่ หรือ โครงการที่จะสามารถสร้างรายได้ใหม่ ๆ ในจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด เป็นต้น และขอให้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาโครงการดังกล่าวด้วย” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุมครม. เห็นชอบแผนงานและโครงการ เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและคมนาคม จ.พิจิตร รวม 6 โครงการ วงเงิน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติหลักการไว้แล้ว ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ การประชุม ค.ร.ม. สัญจร ณ. จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 9-10 มิ.ย.56 ที่ผ่านมา โดย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชม แนวทางในการเสนอแผนงานและโครงการของ จ.พิจิตร ซึ่งมีลักษณะไม่สะเปะสะปะ แต่รวบรวมเนื้องานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำเป็นกลุ่มโครงการเดียว กัน จึงควรใช้เป็นโมเดลสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ในการนำเสนอแผนงานและโครงการ ไม่ใช่เสนอของบประมาณแบบกระจัดกระจายอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็เห็นด้วย และมอบหมายให้ กบอ. และ กระทรวงมหาดไทย ไปวางหลักการเพื่อจัดทำแผนที่ภาพรวมเส้นทางการไหลของน้ำทั่วประเทศ เพื่อเป็นโมเดลในการวางแผนบริหารจัดการน้ำ
ทั้งการแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง รวมทั้ง ในการพัฒนาแหล่งน้ำต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถมองปัญหาอย่างเป็นองค์รวม จะได้แก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ทั้งยัง ง่ายต่อการวางแผนจัดสรรงบประมาณและการกำหนดเจ้าภาพผู้รับผิดชอบในการแก้ ปัญหา ซึ่งนาย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รับปากจะนำไปดำเนินการ โดยจะมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ จัดทำภาพถ่ายดาวเทียมทางอากาศ และมอบข้อมูลให้กับ กบอ. และ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไป







