
ทางเดียวของประชาชนคือ “ฎีกา”
ทางเดียวของประชาชนคือ “ฎีกา” “ศาล-ทหาร” ต้องกดดันรัฐบาล
ทางเดียวของประชาชนคือ “ฎีกา”
“ศาล-ทหาร” ต้องกดดันรัฐบาล
... ทีมข่าวในประเทศ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมเกิดขึ้นระงม ภายหลังกองทัพประชาชนโค่นระบบทักษิณ (กปท.) ประกาศปฏิวัติประชาชน พร้อมทั้งเดินขบวนยื่นฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอจัดตั้งสภาประชาชน ช่วงเช้าของวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา
“ประชาชนทำได้เต็มที่แค่ไหน ถ้าประชาชนมีสิทธิใช้รถถังก็คงจะทำได้มากกว่านี้ แต่ประชาชนทำได้มากสุดเพียงเท่านี้ การทูลเกล้าถวายฎีกาเป็นสิ่งสูงสุดที่ประชาชนทำได้” คือกรอบความคิดของแกนนำกปท.ซึ่งได้รับคำอธิบายจาก ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์
อะไรคือสภาประชาชน? หากเป็นไปตามที่ “แซมดิน” ว่าไว้ สภาประชาชนคือการใช้ประชาชนทำหน้าที่ในสภาแทน สส. โดยประชาชนจากทุกแขนงสาขาอาชีพจะมาร่วมกันคิด ร่วมกันทำงาน ร่วมกันออกกฎระเบียบใหม่ เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
“ตัวอย่างแนวคิดที่มีการพูดกัน เช่น พลังงานซึ่งเป็นของประชาชนทุกคนในประเทศ จำเป็นต้องเป็นของรัฐบาล หรือการเก็บภาษีพลังงานต้องไม่ให้ต่างชาติได้ประโยชน์มากกว่าคนไทยอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ รวมถึงแนวคิดการกระจายอำนาจ เช่น การให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปขึ้นตรงกับท้องถิ่น” แซมดิน อธิบายคร่าวๆ ก่อนจะยอมรับว่า นี่เป็นเพียงโครงร่างเท่านั้น ในรายละเอียดจำเป็นต้องมาออกแบบกันเพิ่มเติม
ถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเวทีทั้ง 3 แห่ง ซึ่ง ประกอบด้วย เวที กปท. เวทีเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และเวทีต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แซมดิน เล่าว่า แกนนำมีการหารือและเสนอข้อแนะนำกันมาโดยตลอด แต่ที่สุดแล้วแกนนำของแต่ละเวทีมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจ และกำหนดท่าทีของเวทีตัวเอง
“ตลอดการทำงานร่วมกันที่ผ่านมา ไม่มีการก้าวล่วงกัน อาจมีการตักเตือนให้ฉุกคิดกันบ้าง ซึ่งแต่ละเวทีก็รับฟังเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ทุกเวทีเป็นอิสระจากกัน ไม่มีใครมาสั่งใครทั้งสิ้น” แซมดิน ระบุ พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า ทั้ง 3 เวทีตกลงร่วมกันบนหลักการเดียวกัน คือจะดำเนินการอย่างสุภาพเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงกับมวลชน
สำหรับทิศทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ แซมดิน บอกว่า จำเป็นต้องให้ข้อมูลกับมวลชนเพิ่มเติม โดยเฉพาะกรณีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำประเทศไทยสูญเสียดินแดน ซึ่งถือว่ามีความผิดตามรัฐธรรมนูญ และมีบทลงโทษถึงประหารชีวิต อย่างไรก็ตามคาดหวังว่าไม่อยากให้การชุมนุมยืดเยื้อ และเชื่อว่าภายใน 1 เดือนคงบรรลุผลได้
“ประชาชนทำกันอย่างเต็มที่แล้ว จากนี้ทหารและศาลจะต้องเป็นผู้ออกมากดดันรัฐบาล” แซมดินกล่าวชัด “โดยคดีใดที่ศาลตัดสินได้ก็ควรเร่งตัดสิน เพราะการตัดสินช้าคือความไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่ง และหากตัดสินได้เร็วโดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับคนไม่ดี ก็ยิ่งทำให้คนไม่ดีอ่อนแรงลง ส่วนทหารนั้นหน้าที่หลักคือการรักษาแผ่นดินไทย แม้ว่าศาลโลกจะสั่งให้ถอนทหารออกก็ไม่จำเป็นต้องทำตาม หรือแม้แต่รัฐบาลสั่งให้ถอน ทหารก็มีสิทธิไม่ทำตามได้หากประเมินแล้วว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม” แซมดิน ระบุ







