
ศอ.รส.ชี้"สุเทพ"ปลุกระดมหยุดงานผิดกม.
โฆษกศอ.รส. เผยมีผู้แจ้งความเอาผิด "สุเทพ" ปลุกระดมนัดหยุดงานแล้ว ชี้คนทำตามคำสั่งเข้าข่ายผิดด้วย
โฆษกศอ.รส. เผยมีผู้แจ้งความเอาผิด "สุเทพ" ปลุกระดมนัดหยุดงานแล้ว ชี้คนทำตามคำสั่งเข้าข่ายผิดด้วย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เปิดเผยกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำขึ้นเวทีปราศรัยเรียกร้องให้ประชาชนอารยะขัดขืนโดยหยุดงานและชะลอการชำระภาษีพร้อมกันทั่วประเทศในระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน ว่า อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตามความผิด ป.อาญา มาตร 116 ผู้ใดกระทำให้เกิดปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และ ป.อาญา และมาตรา 117 ยุยงหรือจัดให้เกิดการหยุดงาน หรือร่วมกันไม่ยอมค้าขายหรือติดต่อธุรกิจ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ล่าสุดมีการแจ้งความดำเนินคดี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำการชุมนุมฯ แล้ว ที่ สน.สำราญราษฎร์ และที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งนี้ ผู้ที่ร่วมทำตามคำดังกล่าวก็อาจเข้าข่ายมีความผิดด้วย
โฆษก ศอ.รส. กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ศอ.รส. ได้วิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์การชุมนุมตามทฤษฎีการชุมนุม ซึ่งมี 4 ขั้นตอน พบว่า ขณะนี้ได้บรรลุขั้นแรกในการระดมมวลชนทุกวิถีทางโดยใช้เงื่อนไข คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และคำตัดสินศาลโลกกรณีปราสาทพระวิหาร ขณะนี้ผู้ชุมนุมยกระดับสู่ขั้นที่ 2 คือการสร้างความไร้ระเบียบ ปลุกเร้าให้ปฏิเสธอำนาจรัฐโดยการเชิญชวนให้ประชาชนทำอริยะขัดขืน และกำลังเข้าสู่ขั้นที่3 คือ สร้างความวุ่นวาย ปะทะ จลาจล เพื่อเป้าหมายขั้นสุดท้าย คือ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ต้องการ โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ศอ.รส.ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนที่ผ่าน ศอ.รส. ได้จับกุมผู้กระทำผิดลักลอบนำดอกไม้เพลิง พกพาอาวุธมีดดาบ และขวาน จำนวน 3 เล่มในพื้นที่ชุมนุมฯ พร้อมกับเน้นย้ำการตั้งจุดตรวจเพื่อเป็นการป้องกันมิให้ผู้ไม่หวังดีลักลอบนำอาวุธเข้ามาก่อเหตุ สร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย







