posttoday
นักวิชาการเตือนม็อบอย่าข้ามเส้นล้มรัฐบาล

นักวิชาการเตือนม็อบอย่าข้ามเส้นล้มรัฐบาล

12 พฤศจิกายน 2556

‘ปริญญา’ติงม็อบอย่าข้ามเส้นล้มรัฐบาล ชี้คว่ำร่างแล้วควรยุติชุมนุม เเนะรอท่าที 180 วันหากปลุกร่างค่อยลุกใหม่

‘ปริญญา’ติงม็อบอย่าข้ามเส้นล้มรัฐบาล ชี้คว่ำร่างแล้วควรยุติชุมนุม เเนะรอท่าที 180 วันหากปลุกร่างค่อยลุกใหม่   

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การประท้วงขณะนี้ว่า การประท้วง ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 ปีมีกลุ่มประชาชนที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งทาการเมืองออกมาประท้วงเป็นจำนวนมาก ในด้านหนึ่งมองว่าเป็นความก้าวหน้าและการยกระดับของขบวนการประชาธิปไตยที่สามารถทัดทานกับสภาที่ใช้เสียงข้างมากดำเนินการข้ามเส้นออกกฎหมายที่ไม่ชอบธรรม ที่สำคัญ คือ เนื้อหาตามร่างกฎหมายส่งผลให้สูญเสียหลักการของแนวร่วมเดียวกันอย่างคนเสื้อแดงของรัฐบาลด้วย

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.ปริญญา มองว่า ขณะเดียวกันเวลานี้พรรคประชาธิปัตย์และม็อบที่ต่อต้านรัฐบาลกลายเป็นฝ่ายข้ามเส้นเสียเอง โดยขยับจากการต่อต้าน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมาเป็นการล้มรัฐบาลแม้รัฐบาลจะประกาศถอยร่างและวุฒิสภามีมติคว่ำร่าง พ.ร.บ.แล้ว ทั้งนี้มองว่าภาวะสุดโต่งดังกล่าวจะทำให้แนวร่วมของรัฐบาลรวมตัวกันแข็งแรงขึ้น กลายเป็นแนวร่วมที่ไม่ได้โฟกัสที่การปกป้องหรือสนับสนุนร่างนิรโทษกรรม แต่คนกลุ่มนี้เป็นพลังที่ต้องการออกมาปกป้องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า ดังนั้นการตัดสินใจถอยร่างนิรโทษกรรมของรัฐบาลและวุฒิสภาอย่างชัดเจนเป็นเหตุผลเพียงพอให้กลุ่มที่ตั้งประเด็นต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมตั้งแต่แรกควรหยุดการเคลื่อนไหว หากจะอ้างว่าสภายังสามารถรื้อฟื้นภายใน 180 วันนั้น รอให้เกิดสถานการณ์ขึ้นประชาชนก็สามารถลุกขึ้นมาประท้วงได้อีกครั้ง อีกทั้งเส้นทางของร่าง พ.ร.บ.หลังจากนี้ต้องผ่านอีกหลายกระบวนการโดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องวินิจฉัยว่าเป็นกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นกลุ่มประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสร้างสถานการณ์ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงหรือข้ามเส้นไปยังการเรียกร้องกลไกอื่นอย่างการรัฐประหาร เพราะจะส่งผลให้ประเทศเกิดวิกฤตการณ์ซ้ำรอย 7 ปีที่ผ่านมา

“การต้านนิรโทษกรรมครั้งนี้ทำให้คนไทยเป็น active citizen  ต่อไปหากรัฐบาลปลุกร่างนี้ขึ้นมาใหม่ เชื่อว่าประชาชนก็ต้องออกมา แต่ในเวลานี้เมื่อร่าง พ.ร.บ.ถูกคว่ำไปแล้ว พรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่ควรมองข้ามไปถึงเรื่องล้มรัฐบาล หรือนำเรื่องประเด็นปราสาทพระวิหารมาเกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของทั้ง 2 รัฐบาล ไม่ใช่เป็นเรื่องของเพื่อไทยเพียงพรรคเดียว เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์เองหากอยากเปลี่ยนแปลงวันนี้ต้องมาคุยกันว่าจะปฏิรูปประเทศอย่างไร หรือจะชนะเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไร อย่าคิดเพียงว่าตัวเองชนะในช่วง 7 วันที่ผ่านมา”  ผศ.ดร.ปริญญาระบุ

รศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี หัวหน้าภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมขัดหลักการประชาธิปไตยถึง 4 มิติ คือ หลักการนิรโทษกรรมสากลที่ต้องมีการสอบสวนหาความจริง ขัดหลักการพิจารณากฎหมาย ขัดวิถีทางประชาธิปไตย และขัดต่อเจตจำนงของมวลประชาเพราะเนื้อหาไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนทุกกลุ่ม ดังนั้นการที่รัฐบาลประกาศถอยร่างจึงไม่เพียงพอในการสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชน เช่นเดียวกับการที่ 4 พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่ง 3 ใน 4 เป็นเพียงหัวหน้าพรรคนอมินีออกมาประกาศสัตยาบันนั้นก็ไม่สามารถสร้างหลักประกันให้กับประชาชนได้เช่นกัน เพราะไม่สามารถลบล้างกับความเสียหายที่ดำเนินการไปแล้ว

รศ.สิริพรรณ เสนอว่าว่า นอกจากการคว่ำร่าง พ.ร.บ.รัฐบาลควรออกมาประกาศขอโทษประชาชน และมีกระบวนการยอมรับผิดโดยการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่แสดงถึงการตระหนักทราบในการกระทำที่ผ่านมาที่สร้างความไม่สมดุลในระบบรัฐสภา หลังจากนั้นควรออกมาตรการป้องกัน เช่น การออกพ.ร.บ.ควบคุมหรือมีบทลงโทษการออกพิจารณาแปรญัตติกฎหมายที่ขัดต่อหลักการหรือข้อบังคับ เพื่อไม่ให้กระบวนการรูปแบบเดิมเกิดขึ้นซ้ำอีก เป็นต้น  

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท