posttoday
ยุบ กอช.ดับฝันแรงงานนอกระบบ

ยุบ กอช.ดับฝันแรงงานนอกระบบ

12 พฤศจิกายน 2556

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) 2554 เกิดสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยการผลักดันของนายกรณ์ จาติกวณิช ที่เสนอเรื่องของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่พยายามทำคลอดเรื่องนี้มานาน เพื่อเป็นหลักประกันให้กับแรงงานนอกระบบกว่า 25 ล้านคน ได้มีหลักประกันเงินบำนาญหลังเกษียณอายุ 60 ปี ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

เมื่อแนวคิดของ สศค.ตรงกับฝ่ายนโยบายทำให้ กอช.เกิดขึ้นได้อย่างเร็ว ภายใต้แนวคิดสร้างความมั่นคงให้กับแรงงานนอกระบบอย่างเพียงพอ เป็นการต่อยอดรายได้ให้กับแรงงานนอกระบบ นอกเหนือจากที่ได้รับจากรัฐบาลในส่วนของเงินชราหรือพิการ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังหวังผลจาก กอช.จะเป็นการสร้างวินัยการออมให้กับแรงงานนอกระบบ ขณะเดียวกันก็เป็นการลดภาระของรัฐบาลในการดูแลผู้สูงอายุในอนาคตที่จะมีมากขึ้นในอีก 20 ปีข้างหน้า ที่ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว การพึ่งเงินงบประมาณไปดูแลคนสูงอายุเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำได้

หลักของ กอช. เป็นการออมภาคสมัครใจให้กับแรงงานนอกระบบ โดยสมาชิกที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนบำนาญ เช่น กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โดยต้องมีอายุตั้งแต่ 1560 ปี สามารถเข้าเป็นสมาชิกกองทุนได้ โดยจ่ายเงินสมทบได้ตั้งแต่ขั้นต่ำ 50 บาท ไปจนถึง 13,200 บาทต่อปี

กอช.ยังสร้างแรงจูงใจให้กับสมาชิก โดยรัฐบาลจ่ายสมทบให้ 50% ของเงินสมทบ แต่ไม่เกิน 600 บาทต่อปี สำหรับสมาชิกที่อายุ 1530 ปี จ่ายสมทบให้ 80% ของเงินสมทบ แต่ไม่เกิน 960 บาทต่อปี สำหรับสมาชิกอายุ 3050 ปี และจ่ายสมทบ 100% แต่ไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี สำหรับสมาชิกอายุ 5060 ปี

จากการประเมินเบื้องต้น หากสมาชิกเริ่มเป็นสมาชิก กอช.ตั้งแต่อายุน้อยๆ หลังจากเกษียณอายุจะได้เงินบำนาญปีละ 3,000 บาท ไปจนถึง 8,000 บาท แล้วแต่จำนวนเงินมากน้อยที่จ่ายเข้าสมทบ เมื่อรวมกับเบี้ยคนชราที่รัฐบาลจ่ายอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน จะทำให้แรงงานนอกระบบมีรายได้ยังชีพหลังเกษียณอายุอยู่ที่ 4,0009,000 บาทต่อเดือน

สำหรับการบริการกองทุน ทาง กอช. ก็ใช้โมเดลของการบริหารกองทุน กบข. ที่มีการแยกบัญชีของสมาชิกเป็นรายบุคคล มีการประกันผลตอบแทนขั้นต่ำไม่น้อยกว่าเงินฝากประจำ 1 ปี โดยเฉลี่ยของ 5 ธนาคารใหญ่

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ก็ไม่ได้มีความพยายามผลักดันกฎหมายดังกล่าวให้มีผลบังคับ จากที่กฎหมายกำหนดว่าต้องรับสมาชิกหลังจาก 1 ปี ที่กฎหมายบังคับใช้ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ดำเนินการ

ส่งผลให้ สศค.ที่รับหน้าที่เป็นคนขับเคลื่อน กอช. กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะการเมืองที่ต่างขั้ว เมื่อรัฐบาลที่ผลักดันกฎหมายไม่อยู่ รัฐบาลมาใหม่ก็ไม่ต้องการสานต่อ ทำให้ สศค.ไม่สามารถทัดทานนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่ต้องการล้มกฎหมาย กอช. ทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้ โดยพยายามอ้างว่า กอช. ยังมีจุดอ่อนและจะสร้างปัญหาในอนาคต ทั้งที่แท้จริงสาเหตุมาจากนโยบายทางการเมือง ที่ไม่ต้องการสานต่อนโยบายของรัฐบาลเก่า จนล่าสุด สศค.ได้ทำแบบสอบถามรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสนอร่าง พ.ร.บ.ยุบเลิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ผ่านทางอินเทอร์เน็ตบนหน้าเว็บไซต์ของ สศค. โดยให้ส่งความคิดเห็นกลับมาภายในวันที่ 15 พ.ย. 2556

สศค.ได้ให้เหตุผลในการออก พ.ร.บ.ยุบ กอช. ว่า เนื่องจากพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของผลประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคล ซึ่งเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ที่เสนอโดยกระทรวงแรงงานได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2556 ซึ่งมีสาระสำคัญในการเพิ่มรูปแบบความคุ้มครองประกันสังคมสำหรับแรงงานนอกระบบ ภายใต้มาตรา 40 ของกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม โดยมีหลักเกณฑ์ใกล้เคียงกับ กอช. โดยเฉพาะการกำหนดประโยชน์ทดแทนในรูปบำนาญชราภาพสำหรับผู้ที่ส่งเงินออมครบตามเงื่อนไข และการให้เงินสมทบจากรัฐ

นอกจากนี้ สศค.ยังระบุว่า ประชาชนจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นผู้ประกันตนดังกล่าวจะได้รับสิทธิมากกว่าเป็นสมาชิก กอช. เช่น หากผู้ประกันตนส่งเงินมากกว่า 420 บาทต่อเดือน จะได้รับบำนาญ แต่หากส่งน้อยกว่า 420 บาทต่อเดือน จะได้บำเหน็จ ขณะที่ กอช.จะมีแต่การให้บำนาญเพียงอย่างเดียวเท่านั้น รวมถึงรัฐบาลจะจ่ายสมทบให้ผู้ประกันตน 100 บาทต่อเดือนทุกคนทันที ต่างจาก กอช.ที่จ่ายสมทบให้ 50100 บาท ตามอายุของสมาชิก

ว่าไปแล้วการชี้แจงของ สศค.เป็นการชี้แจงเพียงบางส่วนเท่านั้น เป็นการอธิบายส่วนที่กองทุนประกันสังคมให้มากกว่าเท่านั้น แต่ไม่ได้อธิบายถึงข้อด้อยของกองทุนประกันสังคม เมื่อเทียบกับการเป็นสมาชิก กอช.

การบริการกองทุนประกันสังคมเป็นที่รู้กันว่ามีประสิทธิภาพน้อยกว่า กบข.อยู่มาก ดังนั้น การบริหาร กอช.ที่ยึดแนวเดียวกับ กบข.ย่อมให้ผลตอบแทนสมาชิกที่ดีกว่าการเป็นสมาชิกมาตรา 40

นอกจากนี้ การเป็นสมาชิกกองทุนตามมาตรา 40 ได้รับผลตอบแทนต่อเดือนน้อยกว่าการเป็นสมาชิก กอช.จำนวนมาก เพราะให้จ่ายเงินสมทบต่ำ จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าจะได้เงินบำนาญ 1,0002,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น เทียบกับ กอช.ที่จะได้สูงถึง 3,0008,000 บาทต่อเดือน เพราะกำหนดให้สมาชิกจ่ายสมทบได้สูงถึง 13,200 บาทต่อเดือน

ขณะที่การได้บำเหน็จของสมาชิกตามมาตรา 40 ก็อยู่หลักไม่กี่หมื่นบาทเท่านั้น ไม่ได้เป็นแสนหรือเป็นล้านบาท ทำให้อาจไม่จูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้ามาเป็นสมาชิก

แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือ มีการประเมินกันว่ากองทุนประกันสังคมที่ภาระต้องจ่ายค่ารักษาเจ็บป่วย จ่ายเงินเกษียณให้กับผู้ชราภาพ จะมีปัญหาล้มละลายใน 2030 ปีข้างหน้า เพราะรายจ่ายมากกว่ารายรับ ทั้งจากปัญหาคนเกษียณมากขึ้น อายุยืนขึ้น ทำให้ต้องจ่ายเงินมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ขณะที่ผู้เข้าเป็นสมาชิกมีจำนวนที่น้อยกว่า

ส่งผลให้การนำแรงงานนอกระบบไปฝากไว้กับกองทุนที่มีปัญหาในอนาคต ทำให้เป็นการสร้างความเสี่ยงแทนที่จะสร้างความมั่นคงให้กับแรงงานนอกระบบ เป็นการตัดอนาคตของแรงงานนอกระบบที่จะมีเงินเกษียณยังเพียงพอและมั่นคงผ่านกองทุน กอช. เพียงเพราะรัฐบาลไม่อยากเดินตามรอยเท้ารัฐบาลเก่าเท่านั้น

และเหตุนี้เอง จะทำให้แรงงานนอกระบบถือโอกาสนี้ออกมาขับไล่รัฐบาล ทำให้การชุมนุมขับไล่รัฐบาลมีคนมาร่วมเยอะขึ้นอีก

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์