
ศิษย์เศรษฐศาสตร์จุฬาจี้รัฐยกเลิกนิรโทษกรรม
ชมรมศิษย์เศรษฐศาสตร์จุฬาการเมืองจี้รัฐบาลยกเลิกร่างนิรโทษกรรมทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข
ชมรมศิษย์เศรษฐศาสตร์จุฬาการเมืองจี้รัฐบาลยกเลิกร่างนิรโทษกรรมทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข
แถลงการณ์คัดค้าน ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก้ผู้ซึ่งกระทำผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ...
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก้ผู้ซึ่งกระทำผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ... ด้วยคะแนน 310 ต่อ 0 เสียง ซึ่งมีเนื้อหาขยายความครอบคลุมถึงผู้ใช้อำนาจรัฐ และบุคคลทั้งที่ถูกกล่าวหาหรือตัดสินว่าเป็นผู้กระทำผิด ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง รวมถึงขยายขอบเขตระยะเวลาการนิรโทษกรรม ตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ถึงเดือนสิงหาคม 2556 นั้น
ชมรมศิษย์เศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอคัดค้านร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วยเหตุผล ดังนี้
1.การขยายเนื้อความในมาตรา 3 ของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจ และบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม เป็นการยกเว้นความผิดให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวที่ได้ก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายของประชาชน ซึ่งจะกลายเป็นบรรทัดฐานและสืบเนื่องประเพณีการเมืองไทย ที่ผู้มีอำนาจหรือเจ้าหน้าที่รัฐพ้นจากความรับผิดต่อการละเมิดสิทธิในชีวิตและร่างกายของประชาชน ขัดต่อ หลักนิติธรรม ไม่ส่งเสริมต่อกระบวนการสร้างความปรองดองในสังคม และไม่เอื้อต่อกระแสการพัฒนาประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม
2.การขยายเนื้อความในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้รวมถึง “...ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ...” จะเป็นการยกเลิกผลของคดีทุจริตคอรัปชั่นกว่า 30,000 คดี ทั้งที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาและ/หรือมีคำพิพากษาตัดสินถึงที่สุดแล้ว ผลของการนิรโทษกรรมดังกล่าวจะเป็นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองและเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยกลุ่มการเมืองจะสามารถใช้ “อำนาจทุนสามานย์” เข้าแทรกแซง และลบล้างผลของกระบวนการยุติธรรม ขัดต่อหลักการนิติรัฐอย่างร้ายแรง
3.กระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ดำเนินการอย่างรวบรัด ตัดตอน สะท้อนถึงการใช้อำนาจเสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จ ขัดต่อหลักการธรรมาภิบาล ซึ่งจะส่งผลให้พัฒนาการประชาธิปไตยกลับถดถอย ลดความน่าเชื่อถือของระบบการเมืองซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ ชมรมศิษย์เศรษฐศาสตร์การเมืองขอเรียกร้องให้ยกเลิกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข







