
ประชุมสภากลาโหมร้อน ถกเดือดสลายม็อบแดง
สภากลาโหมถกกันเดือดเพื่อหาข้อยุติปัญหาการชุมนุมว่าจะสลายหรือไม่สลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ราชประสงค์ ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อผู้ชุมนุมหากเคลื่อนออกนอกพื้นที่การชุมนุมอีก
ทั้งนี้ ในการประชุมสภากลาโหม เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นประธาน และมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมด้วย โดยในที่ประชุมนายทหารได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางเรื่องสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยนายทหารยศพลเอกบางคนแสดงความอึดอัดใจที่กองทัพปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ บางคนต้องการให้มีการสลายการชุมนุม และบางคนต้องการให้ฝ่ายการเมืองแก้ปัญหากันเอง
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ได้ชี้แจงว่า กองทัพเป็นกลไกของรัฐบาล เมื่อสั่งมาก็ดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย แต่เมื่อสิ่งใดเห็นว่าในทางปฏิบัติทำได้ยากหรือทำไม่ได้ ก็ไม่ทำ
“
โดยเฉพาะการสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์จะเกิดความสูญเสียอย่างหนัก เราจึงไม่อยากจะใช้ความรุนแรง ถ้าหลีกเลี่ยงได้เราก็หลีกเลี่ยง” แหล่งข่าวอ้างคำพูดของ พล.อ.ประวิตรแหล่งข่าวยังได้เปิดเผยอีกว่า พล.อ.ประวิตร ยังได้พูดขึ้นเสียงดังลั่นห้องประชุม
“
ขอให้เข้าใจกันบ้าง เข้าใจกองทัพบ้าง ในสถานการณ์แบบนี้เราจะทำอะไรได้ เพราะเราก็ทำตามที่รัฐบาลสั่ง แต่ไม่สามารถทำได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์มันไม่ง่าย จะสูญเสียอย่างมากทั้งทหารเองและผู้ชุมนุม แล้วปัญหาก็ไม่จบ ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันจะจบยังไง มีทางออกยังไง ต้องแล้วแต่ท่านนายกฯ ท่านเป็นผู้นำ” แหล่งข่าวอ้างคำพูดของ พล.อ.ประวิตร ในที่ประชุมแหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ทั้ง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. มีจุดยืนเหมือนกันคือจะไม่เข้าสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ แต่หากคนเสื้อแดงออกไปสร้างความวุ่นวายให้ประชาชนเดือดร้อน ก็จะส่งกำลังตำรวจทหารไปสลายการชุมนุมที่อาจต้องมีการสูญเสียบ้าง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า มีความจำเป็นต้องสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางไปตลาดไท และเสียใจกับเหตุการณ์ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พร้อมย้ำว่าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มีนโยบายชัดเจนเด็ดขาดว่าจะไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายไปชุมนุมที่ใด
“
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อนุสรณ์สถานฯ และการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ขอย้ำว่าได้ดำเนินการด้วยความมั่นคง แน่วแน่ และยืนยันที่จะต้องปฏิบัติการเช่นนั้นอีกหากมีกรณีที่มีความจำเป็น” นายกฯ กล่าว






