
สภาตลาดทุนไทยหยุดดูเชิง
สภาธุรกิจตลาดทุนไทยยุติการเคลื่อนไหวเมื่อรัฐบาลถอน พ.ร.บ. ยันพร้อมกลับมา
สภาธุรกิจตลาดทุนไทยยุติการเคลื่อนไหวเมื่อรัฐบาลถอน พ.ร.บ. ยันพร้อมกลับมา หากรัฐบาลกลับมาดันกฎหมายนิรโทษกรรม
ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิกสภาธุรกิจตลาดทุนไทย มีมติยุติการเคลื่อนไหวแล้วหลังรัฐบาลประกาศถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และปรองดอง รวม 6 ฉบับ ออกจากการพิจารณาของวุฒิสภา ตามที่พรรคฝ่ายค้านเรียกร้อง ซึ่งเป็นไปตามจุดยืนที่แสดงความไม่เห็นด้วยของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยในประเด็นคอร์รัปชั่นและการคัดค้านขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)
อย่างไรก็ดี หากในอนาคตรัฐบาลนำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผลักดันสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร สภาธุรกิจตลาดทุนไทยพร้อมที่จะกลับมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนอีกครั้ง แต่ขณะนี้ยังคงต้องติดตามการเปลี่ยนท่าทีของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เริ่มออกมาขับไล่รัฐบาลว่าจะมีจำนวนผู้ชุมในประเด็นนี้มากน้อยอย่างไร ทั้งนี้ ยังเป็นประเด็นทำให้นักลงทุนมีความกังวลจนกว่าจะมีความชัดเจน และหากมีการชุมนุมในประเด็นนี้ยืดเยื้อ อาจมีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว อีกทั้งกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ
“ตอนนี้ยุติการเคลื่อนไหวไปก่อน เพราะหลักการคือ เราไม่เห็นด้วยกับคอร์รัปชั่น ส่วนเรื่องการเมืองไม่เกี่ยวกับเรา ตอนนี้ไม่มีเงื่อนไขแล้ว หลายองค์กรธุรกิจก็มีจุดยืนเดียวกัน แต่ตอนนี้โจทย์เปลี่ยนเพราะการชุมนุมนั้นเปลี่ยนมาเพื่อขับไล่รัฐบาล ทำให้นักลงทุนยังกังวล กดดันบรรยากาศการลงทุน หากการชุมนุมยังยืดเยื้อไม่สลาย จะกระทบความเชื่อมั่นและการเติบโตของเศรษฐกิจ ต้องดูจำนวนผู้ออกมาชุมนุมจะออกมาเพิ่มมากแค่ไหนถึงวันที่ 11 พ.ย.นี้ด้วย ซึ่งเป็นวันที่ศาลโลกจะมีคำตัดสินกรณีเขาพระวิหาร ส่วนการยุบสภาเป็นการแก้ปัญหาทางหนึ่ง แต่มองว่าโอกาสเกิดยังน้อย” ไพบูลย์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังประเมินว่า หากปัญหาการเมืองในประเทศได้ข้อยุติเร็ว คาดว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยจะเป็นช่วงขาขึ้นในขณะนี้จนถึงปีหน้าสอดคล้องกับภาพรวมของตลาดทั่วโลกตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งคาดว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย







