
ศอ.รส.สั่งตั้งด่านสกัดอาวุธก่อนเข้ากรุง
รองโฆษก ศอ.รส.เผย ผบ.ตร.เฝ้าระวังมือที่สาม สั่งตำรวจภูธรตั้งด่านตรวจเข้ม สกัดอาวุธก่อนเข้ากรุง -เน้นดูแลพื้นที่มั่นคงฯ เข้ม
รองโฆษก ศอ.รส.เผย ผบ.ตร.เฝ้าระวังมือที่สาม สั่งตำรวจภูธรตั้งด่านตรวจเข้ม สกัดอาวุธก่อนเข้ากรุง -เน้นดูแลพื้นที่มั่นคงฯ เข้ม
วันที่ 8 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต. อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ( ศอ.รส.) แถลงความคืบหน้าสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า จากการประเมินยอดของผู้ชุมนุมเมื่อวานที่ผ่านมา ทั้ง 3 จุด มีผู้ชุมนุมจำนวน 13,000 คน โดยที่ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 10,000 คน กลุ่ม คปท.ที่บริเวณสะพานมัฆวาน 1,000 คน และ กลุ่ม กปท.ที่บริเวณถนนราชดำเนิน 2,000 คน ซึ่งพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ เฝ้าระวังมือที่ 3 ที่อาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ และเน้นย้ำให้ดูแลพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯอย่างเข้มงวด พร้อมกับได้สั่งการไปยังตำรวจภูธรทุกพื้นที่ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อตรวจเข้มอาวุธ ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาใน กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่อาจจะพกพาอาวุธเข้ามาสร้างสถานการณ์
รองโฆษก ศอ.รส.กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่ ด.ต.จำเนียร หงษ์ไทย ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.6 ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมรุมทำร้ายร่างกายที่บริเวณสะพานมัฆวาน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการฟกช้ำตามร่างกายหลายจุด แพทย์จะต้องตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยทาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
"อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านทางศอ.รส.ได้เน้นย้ำเจตนารมณ์ของการดูแลผู้ชุมนุม โดยการเน้นดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชุมนุม อย่างเต็มที่ ซึ่งโดยรวมสถานการณ์ส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับความร่วมมือจากผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ทั้งนี้ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยยึดตามหลักกฎหมายและเน้นการเจรจาเป็นหลัก"รองโฆษกศอ.รส.กล่าว







