posttoday
จากคัดค้านนิรโทษกรรมสู่การสร้างพลังพลเมืองเปลี่ยนแปลงประเทศ

จากคัดค้านนิรโทษกรรมสู่การสร้างพลังพลเมืองเปลี่ยนแปลงประเทศ

08 พฤศจิกายน 2556

1.ศรีธนญชัยหรือมโนธรรม

1.ศรีธนญชัยหรือมโนธรรม

ชาติที่ขาดมโนธรรมสำนึกและการยึดถือหลักการจะเหลวไหลเละเทะล้มเหลวหายนะ และไม่ฟื้นตัวได้ง่าย ชาติก็เหมือนบุคคลที่ทำผิดพลาดได้ เกิดวิกฤตในชีวิตได้ แต่ชาติที่มีมโนสำนึกและยึดถือหลักการจะฟื้นตัวได้เร็ว

ยกตัวอย่างเยอรมนี ซึ่งมีระบบรัฐสภา แต่เกิดมีฮิตเลอร์ใช้เสียงข้างมากในรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้ฮิตเลอร์และพรรคนาซีมีอำนาจสูงสุด ก่อสงครามและก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่รุนแรงที่สุดคือฆ่ายิวไป 6 ล้านคน ประเทศย่อยยับ ผู้คนล้มตาย เยอรมนีหมดศักดิ์ศรีลงว่าทำไมคนเยอรมันก็เป็นคนที่เจริญ แต่เกิดผิดพลาดถึงปานนี้

แต่เยอรมนีก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วกลายเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุดในยุโรป และได้รับการโหวตว่าเป็นประเทศที่ผู้คนนิยมชมชอบที่สุด เพราะชาติเยอรมันยึดถือหลักการสำนึกผิด ยอมรับผิด และขอโทษประเทศอื่นๆ ในความผิดของตน ประเทศอื่นๆ ก็ให้อภัย เยอรมนีกลับมาเป็นประชาธิปไตย ขยันขันแข็งมีวินัย ยึดหลักการไม่กิน ไม่โกง ประเทศก็เจริญกว่าใครๆ

ประเทศไทยเป็นประเทศศรีธนญชัย ใครๆ ก็พูดกันอย่างนี้ ความเป็นศรีธนญชัยหมายถึงคดโกงตอหลดตอแหลหลอกลวงหน้าไหว้หลังหลอก ขาดมโนธรรมสำนึกและการยึดถือหลักการสังคมศรีธนญชัยบวกการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของผู้มีอำนาจที่ขาดมโนธรรมสำนึก จะนำไปสู่สภาพวิกฤตมิกสัญญีกลียุค คำถามก็คือ ไทยเป็นสังคมศรีธนญชัย หรือสังคมที่มีมโนธรรม

2.พลังพลเมืองที่กัมมันตะ (Active Citizen) เท่านั้นที่จะสร้างความถูกต้อง

ผู้มีอำนาจ ไม่ว่าใคร ยากที่จะหลีกเลี่ยงการทำผิด เพราะการมีอำนาจมากๆ เป็นปัจจัยให้คิดผิดและทำผิดได้ง่าย ฉะนั้นระบอบเผด็จการทุกชนิด สร้างความถูกต้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เผด็จการทหาร เผด็จการคอมมิวนิสต์ หรือเผด็จการรัฐสภา มีแต่พลังพลเมืองที่กัมมันตะเท่านั้นที่จะสร้างความถูกต้องขึ้นได้

พลเมือง หมายถึง ราษฎรที่มีจิตสำนึกสาธารณะรู้ความเป็นไปของบ้านเมือง (Informed Citizen) รวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ร่วมกำกับความเป็นไปของบ้านเมือง เกิดเป็นสังคมเข้มแข็ง สังคมเข้มแข็งจะกำกับให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี สังคมเข้มแข็งจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดของประเทศ

3.จากการคัดค้านนิรโทษกรรม สู่กระบวนการสร้างจิตสำนึกพลเมือง

ประเด็นสำคัญของการคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคราวนี้ก็คือผิดหลักการทางนิติรัฐและนิติธรรม พรรคเพื่อไทยมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรก็จริง แต่ใช้เสียงข้างมากทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่ได้ เสียงข้างมากมีไว้ให้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งต้องฟังเสียงข้างน้อยและเสียงประชาชนด้วย นี้เป็นบทเรียนที่ใหญ่มากสำหรับทุกฝ่าย

ผู้ที่คัดค้านมีทั้งกลุ่มที่เคยสนับสนุนหรือยังสนับสนุนคุณทักษิณอยู่ด้วย แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่จะสนับสนุนแบบเป็นลูกน้องหรือลูกจ้าง แต่สิ่งใดที่ผิดหลักการก็ไม่สนับสนุน ถ้าทุกคนมีจิตสำนึกในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของตัวเอง มีอิสระที่จะคิดและยึดหลักความถูกต้อง ประเทศไทยก็จะแข็งแรง

กระบวนการต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคราวนี้มีความหลากหลายมาก มีทั้งภาคการเมือง ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย นักศึกษาแพทย์ ภาคการสื่อสาร ฯลฯ ถ้าเครือข่ายเหล่านี้ใช้โอกาสขับเคลื่อนมโนธรรมสำนึกและการยึดถือหลักการนิติรัฐ นิติธรรม และความเป็นธรรมอื่นๆ ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและยั่งยืน มากกว่าวัตถุประสงค์ระยะสั้นเฉพาะหน้า พลังพลเมืองที่มีจิตสำนึกจะเป็นพลังที่เปลี่ยนแปลงประเทศไทย

เราอยากเห็นการเมืองที่มีคุณภาพ ไม่โกงกิน มีสมรรถนะ สามารถสร้างนโยบายสาธารณะที่ดี แต่การเมืองจะดีได้ด้วยตัวเองนั้นยาก พลังพลเมืองที่มีจิตสำนึกและรู้เท่าทันจะเข้ามากำกับทำให้การเมืองดีขึ้น

ฉะนั้นเครือข่ายต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อย่าพอใจเพียงหยุดยั้ง พ.ร.บ.นี้ได้เท่านั้น เพราะตราบใดที่พลังพลเมืองยังไม่เข้มแข็ง เรื่องทำไม่ถูกต้องเก่าๆ ที่มีอยู่มากมายก็จะยังไม่ได้รับการแก้ไข และความไม่ถูกต้องใหม่ๆ ก็จะผุดบังเกิดขึ้นอีก เครือข่ายต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ควรจะอาศัยทุนทางแรงกายแรงใจ แรงการจัดการและการได้ลิ้มรสของการเคลื่อนไหวเพื่อความถูกต้อง ทำงานต่อไปเพื่อสร้างพลังพลเมืองที่มีจิตสำนึกให้เต็มประเทศ เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่สิ่งที่ถูกต้องดีงาม

4.พลังพลเมืองเปลี่ยนแปลงประเทศสู่ความเป็นธรรม

ความไม่เป็นธรรมคือปัญหาใหญ่ของเราและของโลก ความไม่เป็นธรรมดำรงอยู่ในสังคมมาช้านาน ก่อนมีทักษิณ ระหว่างมีทักษิณ พลังมีทักษิณ ทั้งก่อนและหลังรัฐประหาร ความไม่เป็นธรรมเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่ความรู้สึกนึกคิดและจิตสำนึกตลอดไปจนถึงโครงสร้างทางการปกครอง ทางกฎหมาย ทางเศรษฐกิจ ทางการศึกษา ฯลฯ ซึ่งไม่มีใครหรือสถาบันใดๆ สามารถแก้ไขได้นอกจากพลังพลเมืองที่มีจิตสำนึกและรู้เท่าทัน

การสร้างพลังพลเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ความเป็นธรรม จึงควรเป็นความมุ่งมั่นร่วมกันของคนทั้งประเทศ การปฏิรูปประเทศไทย หรือการพัฒนาประเทศไทย ควรมุ่งปฏิรูปโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม การต่อสู้แย่งชิงอำนาจเป็นปฏิปักษ์ต่อกันไม่สามารถสร้างความเป็นธรรมได้ เพราะมีอำนาจก็สร้างความเป็นธรรมไม่ได้ และตราบใดที่ยังขาดความเป็นธรรม ความรุนแรงก็หนีไม่พ้น

ฉะนั้นคนไทยทุกภาคส่วนจะมีอำนาจหรือไม่มีอำนาจ ควรมุ่งสร้างพลังพลเมืองที่มีจิตสำนึกและรู้เท่าทัน พลังพลเมืองที่มีจิตสำนึกและรู้เท่าทันเท่านั้นที่จะเป็นพลังเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ความเป็นธรรม

5.ไม่ควรมุ่งล้มรัฐบาล แต่มีข้อตกลงร่วมกัน

การประท้วงคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งขยายใหญ่โตอยู่ในขณะนี้ ไม่ควรมุ่งล้มรัฐบาล เพราะใครมาเป็นรัฐบาลก็จะลำบาก และบ้านเมืองก็จะยุ่งยากรุนแรงต่อไป แบบปี 2553 แต่ควรมีการเจรจาทำความตกลงร่วมกันในหลักใหญ่ๆ 4 ประการ ดังนี้

(1) รัฐบาลจะระงับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

(2) รัฐบาลและฝ่ายที่ประท้วงทั้งหมดจะร่วมมือกันส่งเสริมพลังพลเมืองที่มีจิตสำนึก

(3) รัฐบาลสัญญาว่าจะป้องกันปราบปรามคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง และยินดีให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นเข้ามาตรวจสอบ

(4) ต่อไปในการตัดสินใจอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ของบ้านเมือง รัฐบาลจะปรึกษากับพรรคฝ่ายค้าน และร่วมมือเชิงทวิพรรค (Bipartisan) รวมทั้งปรึกษาหารือกับภาคประชาสังคมและภาควิชาการ

ถ้าตกลงกันได้ดังนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงประเทศกับการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไม่เหมือนกัน รัฐบาลเปลี่ยนมาแยะแล้ว แต่ประเทศไม่เปลี่ยน คราวนี้ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท