
ทวงความรับผิดชอบปูยุบสภา-ลาออก
เป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย เมื่อเหล่าองค์กรอิสระ ข้าราชการ สถานศึกษา ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อย่างกว้างขวาง แม้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะถอยสุดซอยสั่งถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทุกฉบับออกจากสภา แต่กระแสคัดค้านยังไม่จบง่ายๆ และเริ่มเรียกหาความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ลักไก่เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยนี้
เป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย เมื่อเหล่าองค์กรอิสระ ข้าราชการ สถานศึกษา ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อย่างกว้างขวาง แม้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะถอยสุดซอยสั่งถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทุกฉบับออกจากสภา แต่กระแสคัดค้านยังไม่จบง่ายๆ และเริ่มเรียกหาความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ลักไก่เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยนี้
พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ สว.สรรหา กล่าวว่า แม้ว่านายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทย แถลงยอมรับความผิดพลาดในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็ยังไม่เป็นการแสดงความรับผิดชอบที่เพียงพอ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมาไกลกว่าที่คิด ประชาชนหลายภาคส่วนออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งมี 2 แนวทางที่รัฐบาลจะต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ การลาออกกับการยุบสภา
“เมื่อมีความผิดพลาดก็ควรแสดงความรับผิดชอบ และมาตรการที่ใช้เป็นสากล ท่านต้องลาออก หรือตัดสินใจยุบสภา ซึ่งตามวิถีทางของการเมืองมีสองอย่างเท่านั้น การขอโทษเฉยๆ คงไม่พอสำหรับเหตุการณ์ที่ร้ายแรงหรือรุนแรงขณะนี้ เพราะท่านได้สูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจไปจากประชาชนแล้ว” สว.สรรหา กล่าว
กล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ขณะนี้ได้เห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนในทุกหมู่เหล่าแทบทุกองค์กร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องพิจารณาว่าจะตัดสินใจอย่างไร ขณะนี้ประชาชนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีความเห็นในเรื่องของกฎหมาย คือไม่เอากฎหมาย อีกกลุ่มหนึ่งคือก้าวเลยเรื่องของกฎหมายไปแล้ว ฉะนั้นเราไม่รู้จุดจบ จุดสุดท้าย และไม่รู้ว่าเหตุการณ์ไปถึงไหนอย่างไรแล้ว
“การตื่นตัวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2516 ที่มีนักศึกษาออกมาต่างจากครั้งนี้ที่ได้สะสมหลายปัญหา มาจนถึงจุดระเบิดขึ้นเมื่อมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่จุดชนวนในหลายประเด็น” กล้านรงค์ กล่าว
ด้าน วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจ เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ที่ตึงเครียดจากความพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในลักษณะเหมาเข่ง
ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ควรปล่อยสถานการณ์ให้บานปลายมากกว่านี้และไม่ควรอาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันเป็นกลไกในการประคองปัญหาทางการเมือง ทางออกภายใต้ระบบรัฐสภามีอยู่สองทาง ทางแรกคือ การลาออกของรัฐบาล และทางที่สองคือ การยุบสภา ทางแรกคงไม่ใช่ทางออกสำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ เนื่องจากประชาชนไม่พึงพอใจต่อการตัดสินใจในทางการเมืองของรัฐบาลและเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลจะลาออก แต่ก็คงไม่สามารถปลดชนวนทางการเมืองได้
สมเกียรติ อ่อนวิมล อดีต สว.สุพรรณบุรี ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ ว่า การที่ ยิ่งลักษณ์ ยืนยันจะไม่ลาออก ไม่ยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเป็นวิถีทางปกติของระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก แต่ขณะนี้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีหมดความน่าเชื่อถือแล้ว หากรัฐบาลจะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ แม้ดูจะเป็นความพ่ายแพ้ของรัฐบาล ก็เป็นความพ่ายแพ้อย่างมีเกียรติ แต่อีกด้านก็เป็นชัยชนะของประชาธิปไตย
“ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ยังไม่ยอมรับเหตุผลตามข้อประท้วงเรียกร้องของประชาชน กลับโทษประชาชนว่าเข้าใจผิด คุณยิ่งลักษณ์ก็จะแพ้ประชาชนอย่างไร้เกียรติ ขอให้คุณยิ่งลักษณ์กลับไปบ้าน ปิดห้อง นั่งคิดคนเดียวเงียบๆ อย่าฟังพี่ชาย อย่าฟังใครทั้งสิ้น ค้นหาตัวเอง คิดถึงความเป็นมนุษย์ของตนเองให้ได้” สมเกียรติ ระบุ







