
แฮ็กเงินเอทีเอ็ม5แบงก์
ป่วนทั้งระบบ โจรรัสเซียแฮ็กข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม 5 แบงก์ไปถอนเงินต่างประเทศ
ป่วนทั้งระบบ โจรรัสเซียแฮ็กข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม 5 แบงก์ไปถอนเงินต่างประเทศ
นักโจรกรรมข้อมูล หรือแฮ็กเกอร์ต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าเป็นชาวรัสเซีย ตระเวนติดตั้งเครื่องคัดลอกข้อมูล (สกิมมิ่ง) และกล้องรูเข็มบนตู้เอทีเอ็ม คัดลอกข้อมูลบัตรและบันทึกรหัสเอทีเอ็มของลูกค้า ก่อนส่งข้อมูลไปยังประเทศรัสเซียและยูเครน และจัดทำบัตรใหม่เพื่อถอนเงินจากบัญชีลูกค้าธนาคารพาณิชย์ไทย
ขณะนี้มีลูกค้าธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง ถูกโจรกรรมเงินไปแล้ว 117 บัตร มูลค่าความเสียหายกว่า 2.7 แสนบาท โดยเจ้าของบัตรกว่า 20 รายไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ลุมพินี ว่าถูกเบิกเงินสดที่ยูเครน
นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุขผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายบริหารการป้องกันการทุจริต ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า คนร้ายที่โจรกรรมข้อมูลคาดว่าจะเป็นชาวรัสเซีย ตระเวนติดตั้งเครื่องสกิมมิ่ง ที่ช่องเสียบบัตรตู้เอทีเอ็ม บริเวณถนนวิทยุ ขโมยข้อมูลจากแถบแม่เหล็กบนบัตรเอทีเอ็มของลูกค้า จากนั้นจะส่งข้อมูลเพื่อไปทำบัตรใหม่ในประเทศรัสเซียและยูเครน ก่อนนำบัตรไปถอนเงินออกไป
ธนาคารไทยพาณิชย์ พบว่า มีลูกค้าถูกโจรกรรมข้อมูลและได้รับความเสียหาย 16 บัตร มูลค่าความเสียหายร่วม 1 แสนบาท ซึ่งธนาคารจะชดใช้ให้กับลูกค้าทุกราย พร้อมทั้งเปลี่ยนบัตรใหม่ให้กับลูกค้า 100 ราย ที่สงสัยว่าได้เข้าไปทำธุรกรรมในช่วงที่คนร้ายติดตั้งเครื่อง
นายพงษ์สิทธิ์ กล่าวว่า การป้องกันการโจรกรรมข้อมูลในรูปแบบนี้ยังทำได้ยาก เนื่องจากเมื่อธนาคารมีการติดตั้งอุปกรณ์แอนตี้ สกิมมิ่งแบบใหม่เข้าไป กลุ่มคนร้ายก็จะไปพัฒนากลโกงมาใหม่ จึงอยากแจ้งเตือนผู้ใช้เอทีเอ็มให้ป้องมือเพื่อปิดรหัสผ่านทุกครั้งที่ทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็ม
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แก๊งต่างชาติแฮ็กเกอร์ข้อมูลบัตรเอทีเอ็มของ 5 ธนาคาร คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 2.7 แสนบาท ซึ่งธนาคารผู้ออกบัตรจะเป็นผู้รับผิดชอบชดเชยให้กับลูกค้า ขณะนี้ธนาคารได้ประสานกับผู้ผลิตตู้เอทีเอ็มให้หาอุปกรณ์ป้องกันใหม่
“คำแนะนำคือลูกค้าควรใช้มือบังแป้นคีย์บอร์ดขณะกดรหัส นอกจากนี้ควรสมัครบริการแจ้งความเคลื่อนไหวทางบัญชีผ่านข้อความ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่มีให้บริการอยู่แล้ว เพราะจะทำให้ลูกค้าสามารถทราบความเปลี่ยนแปลงทางบัญชีได้อย่างรวดเร็ว แต่ในระยะยาวธนาคารอาจต้องเปลี่ยนบัตรไปเป็นระบบชิพการ์ดที่มีความปลอดภัยมากกว่า” นายปกรณ์ กล่าว
วานนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย ทำหนังสือชี้แจงกรณีลูกค้าบัตรเอทีเอ็มถูกโจรกรรมข้อมูล โดยจะรับผิดชอบความเสียหายให้ลูกค้าทุกราย พร้อมแนะนำลูกค้าว่า ให้ใช้มือบังคีร์บอร์ดขณะกดรหัส และสมัครแจ้งความเคลื่อนไหวบัญชีผ่านระบบเอสเอ็มเอส
วานนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ ทำหนังสือชี้แจงเตือนกรณีการถูกขโมยข้อมูลและรหัสบัตรเอทีเอ็ม ATM Skimming โดยยืนยันว่า ลูกค้ายังสามารถใช้บริการที่เครี่องเอทีเอ็มของธนาคารได้ตามปกติอย่างปลอดภัย ส่วนลูกค้าที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพโจรกรรมเงินในบัญชีอยู่ในระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ทั้งนี้ ธนาคารมิได้นิ่งนอนใจ และจัดให้มีกระบวนการตรวจเช็ค เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น มีการอายัดบัตรที่ต้องสงสัย และติดต่อแจ้งลูกค้าที่ถูกอายัดบัตรให้ทราบทุกราย ตลอดจนออกบัตรใหม่โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม
ในกรณีที่ลูกค้าได้รับความเสียหายจากกรณีนี้ ธนาคารพร้อมให้ความช่วยเหลือ และรับผิดชอบโดยคืนเงินให้แก่ลูกค้าทุกราย
ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย ทำหนังสือชี้แจงว่า จากข่าวที่ลูกค้าธนาคารถูกถอนเงินจากบัญชีนั้น เป็นกรณีของ ATM Skimming คือ การที่คนร้ายเอาอุปกรณ์มาติดที่ตู้บริเวณที่เสียบบัตรเพื่อคัดลอกข้อมูลแถบแม่เหล็กเพื่อไปทำบัตรปลอม และนำไปถอนเงินในต่างประเทศ ซึ่งปกติเป็นแกงค์ต่างชาติ
โดยครั้งนี้มีบัตรของธนาคารต่างๆที่ได้รับผลกระทบ 5 ธนาคาร ในส่วนของธนาคารกสิกรไทยเป็นจำนวนบัตรเดบิตที่ถูกทุจริต 117 บัตร ในจำนวนนี้ 38 ราย ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 270,000 บาท โดยเงินจำนวนนี้ทั้งหมดธนาคารกสิกรไทยในฐานะธนาคารผู้ออกบัตรจะเป็นผู้รับผิดชอบชดเชยให้กับลูกค้า พร้อมกันนี้ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำภาพคนร้ายที่บันทึกได้จากตู้ ATM ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามต่อไป
นอกจากนี้ ธนาคารขอแนะนำให้ลูกค้า 1.ใช้มือบังแป้นคีย์บอร์ดขณะกดรหัส 2. ธนาคารขอแนะนำให้ลูกค้าสมัครบริการแจ้งความเคลื่อนไหวทางบัญชีผ่าน SMS ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่มีให้บริการอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถทราบความเปลี่ยนแปลงทางบัญชีได้อย่างรวดเร็ว







