มวยไทยใช้แรงงานเด็ก
เว็บไซต์ข่าวอีเอสพีเอ็นของสหรัฐ เปิดเผยรายงานว่า ถึงแม้กีฬามวยไทยจะได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยและเป็นบันไดไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จในชีวิตของคนในชนบท แต่ในอีกมุมหนึ่งสื่อชื่อดังของสหรัฐได้ตั้งคำถามว่า ปัจจุบันการให้เด็กที่อายุยังน้อยขึ้นสังเวียนต่อยมวยไทยเพื่อความบันเทิงถือเป็นการใช้แรงงานและเอาเปรียบเด็กหรือไม่
เว็บไซต์ข่าวอีเอสพีเอ็นของสหรัฐ เปิดเผยรายงานว่า ถึงแม้กีฬามวยไทยจะได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยและเป็นบันไดไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จในชีวิตของคนในชนบท แต่ในอีกมุมหนึ่งสื่อชื่อดังของสหรัฐได้ตั้งคำถามว่า ปัจจุบันการให้เด็กที่อายุยังน้อยขึ้นสังเวียนต่อยมวยไทยเพื่อความบันเทิงถือเป็นการใช้แรงงานและเอาเปรียบเด็กหรือไม่
การตั้งคำถามของอีเอสพีเอ็นมีขึ้นในขณะที่ไทยกำลังพยายามผลักดันให้กีฬามวยไทยได้รับการบรรจุลงในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยล่าสุดทางสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (อิฟม่า) ได้ยื่นข้อเสนอไปยังคณะกรรมาธิการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) แล้ว เพื่อขอให้บรรจุกีฬามวยไทยลงในการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งมวลมนุษยชาติ ซึ่งการยื่นข้อเสนอดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทยอีกด้วย
“กีฬามวยไทยคือส่วนผสมผสานของวัฒนธรรมไทยที่มีมาตั้งแต่อดีต สืบย้อนไปได้ตั้งแต่สมัยยุคอยุธยาและสุโขทัย” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระบุลงในเว็บไซต์ของสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ
อย่างไรก็ตาม สื่อชื่อดังเมืองลุงแซมระบุว่า ท่าทีของผู้นำหญิงคนแรกของไทยกำลังละเลยต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับวงการมวยไทยในปัจจุบัน เช่น กฎของสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ ที่กำหนดให้ผู้ขึ้นชกต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป รวมไปถึงความเป็นมืออาชีพของกีฬามวย ซึ่งปัจจุบันมีเรื่องของการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง
อีเอสพีเอ็น ระบุว่า ปัจจุบันการแข่งขันชกมวยไทยทั้งในเด็กผู้ชายและผู้หญิงหลายคู่เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีมาแข่งขันเป็นจำนวนไม่น้อย และบางรายมีอายุเพียงแค่ 78 ปีเท่านั้น อีกทั้งการชกบางครั้งก็ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอย่างเฮดการ์ดให้อีกด้วย
ผลการศึกษาที่สื่อชื่อดังด้านกีฬาแห่งเมืองลุงแซมรับมา ระบุว่า ในปี 2009 จำนวนนักมวยที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีในประเทศไทยมีมากถึง 2 หมื่นคน ขณะที่บางผลการศึกษาถึงกับระบุว่ามีมากถึง 3 หมื่นคน นอกจากนี้การชกในหลายครั้งตามเวทีมวยต่างจังหวัดหรือในงานวัด นักมวยจะได้รับเงินรางวัลเพียงแค่ 2550 เหรียญสหรัฐ (ราว 7751,550 บาท) ต่อครั้ง รวมถึงโอกาสต่างๆ ในชีวิตที่จะเข้ามา
“สำหรับบางคนที่มีทักษะและมาจากครอบครัว นักมวยพวกเขาก็จะได้ย้ายไปอยู่ค่ายมวย ซึ่งเป็นที่ที่จะได้รับการฝึกฝนและกินอยู่ที่นั่น” ปีเตอร์ เวล ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติของสิงคโปร์ ผู้ศึกษากีฬามวยไทย กล่าว
เวล กล่าวต่อว่า การฝึกซ้อมและการต่อยมวยของเด็กจะเริ่มจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหากเด็กคนไหนทำได้ดีก็จะได้ไปชกที่เวทีมวยในกรุงเทพฯ ซึ่งที่นั่นจะสร้างรายได้ให้กับตัวของเด็กอย่างมาก และโมเดลความสำเร็จแบบนี้ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคทศวรรษ 19601970 แล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้นักสิทธิมนุษยชนจะออกมาต่อต้านการให้เด็กขึ้นสังเวียนต่อยมวย โดยมองว่าเป็นการใช้แรงงานเด็กและทำให้ขาดโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน แต่การเคลื่อนไหวเพื่อผลักดันนำไปสู่การออกกฎหมายก็ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคนต่างจังหวัดมองว่าการชกมวยของเด็กทำให้ครอบครัวสามารถลืมตาอ้าปากและเลี้ยงครอบครัวได้
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ปัจจุบันไทยจึงมีเพียงแค่ พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ. 2542 เท่านั้นที่ควบคุมไม่ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีต่อยมวยเพื่อเงินรางวัล และปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวได้ถูกบรรจุลงในกฎหมายการปกป้องสิทธิเด็กเมื่อปี 2546 แล้ว ทว่ารัฐบาลยังคงยึดบทบัญญัติ พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ. 2542 เป็นหลักอยู่
สาเหตุที่ทำให้กฎหมายการปกป้องไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ขึ้นชกมวยดังกล่าว ผู้ศึกษากีฬามวยไทยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เผยว่า เป็นเพราะเด็กที่มีฐานะยากจนตามต่างจังหวัดไม่มีทางเลือกและโอกาสในชีวิตมาก และหากไม่เลือกเดินบนเส้นทางนักมวยอาชีพ ก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องพบเจอกับสังคมที่แวดล้อมไปด้วยปัญหายาเสพติด กลุ่มอันธพาล หรือการทำงานหนักแต่ได้ค่าแรงต่ำ ดังนั้นกีฬามวยจึงเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้เด็กเหล่านี้ก้าวพ้นจากสิ่งที่ไม่ดีเหล่านั้นไปได้


