posttoday
มธ.ซัดสภาอาชญากร

มธ.ซัดสภาอาชญากร

07 พฤศจิกายน 2556

คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ออกแถลงการณ์คัดค้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม โดยให้เหตุผลว่าเนื้อหาของกฎหมายไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และน่าเคลือบแคลงสงสัยในความพยายามของ สส.ฝ่ายรัฐบาล ที่เร่งรัดการพิจารณาให้เสร็จเร็วชั่วข้ามคืน สะท้อนถึงความไม่โปร่งใส ขาดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และ สส.ฝ่ายค้าน เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทย หากมีการประกาศใช้เป็นกฎหมายจะเป็นอาวุธทรงพลานุภาพร้ายแรงที่ได้ประหัตประหารทำลายหลักการปกครอง ทำลายหลักนิติรัฐ

คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ออกแถลงการณ์คัดค้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม โดยให้เหตุผลว่าเนื้อหาของกฎหมายไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และน่าเคลือบแคลงสงสัยในความพยายามของ สส.ฝ่ายรัฐบาล ที่เร่งรัดการพิจารณาให้เสร็จเร็วชั่วข้ามคืน สะท้อนถึงความไม่โปร่งใส ขาดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และ สส.ฝ่ายค้าน เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทย หากมีการประกาศใช้เป็นกฎหมายจะเป็นอาวุธทรงพลานุภาพร้ายแรงที่ได้ประหัตประหารทำลายหลักการปกครอง ทำลายหลักนิติรัฐ

กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ กล่าวว่า สภาที่นำเอาเสียงข้างมากมารับใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยเฉพาะให้กับอดีตนายกฯ ที่พำนักอยู่ต่างประเทศ ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจอย่างที่เห็น ปรากฏการณ์ที่เราเห็นขณะนี้ แม้คนที่ไม่ได้เรียนกฎหมายก็ออกมาประท้วง

“ถ้ามีสภาผู้แทนราษฎรที่จงใจ เจตนา ยกเลิก ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชนจะเรียกว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ ต้องเรียกสภาผู้แทนอาชญากร และเมื่อเป็นเช่นนี้ประชาชนต้องรวมตัวกันเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับสภาผู้แทนราษฎรอีกต่อไป และในปรากฏการณ์ของต่างประเทศ หากสภาผู้แทนราษฎรไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ประชาชนจะออกมาประท้วง คัดค้านจะลุกลามต่อไป นำไปสู่การปฏิเสธอำนาจรัฐและไปสู่การสถาปนาอำนาจรัฐใหม่ ซึ่งหวังว่าประเทศไทยคงไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น ดังนั้น สิ่งนี้รัฐบาลควรตระหนักและรับฟังเสียงของประชาชน” กิตติศักดิ์ กล่าว

ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดี มธ. กล่าวว่า การตรา พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ใช่เป็นการนิรโทษกรรมความผิดเนื่องมาจากการชุมนุม และการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนเท่านั้น แต่ในชั้นการพิจารณาวาระ 2 และ 3 สภาได้กวาดเอาการนิรโทษกรรมบุคคลที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่ถูกจัดตั้ง รวมทั้งองค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวสืบต่อมา ซึ่งไม่เคยมีธรรมเนียมเช่นนี้มาก่อน เป็นการนิรโทษกรรมองค์กรหรือบุคคลหลัง 19 ก.ย. 2549 หมายความว่า 7 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีการกระทำความผิดทางกฎหมายเกิดขึ้นเลย และจะมีคดีกว่า 2.4 หมื่นคดีที่จะถูกยกเลิกพ้นผิด ครอบคลุมไปถึงคดีกรือเซะ ตากใบ

ศ.สุรพล กล่าวว่า หลังจากนี้ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ไม่มีขื่อไม่มีแป เพราะมีสภาเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด จะออกกฎหมายล้างผิดอย่างไรก็ได้ เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า รัฐที่ล้มเหลว

“ผลร้ายของกฎหมายฉบับนี้หนักหนากว่าที่คิดไว้มาก เราไปถึงขนาดเปลี่ยนแปลงกฎกติกาหรือขื่อแปของบ้านเมือง การออกกฎหมายในสภา บทบาทเช่นนี้ควรจะล้มเลิก ล้มล้างหรือทำลายให้สิ้นไป เพราะรัฐบาลเสียงข้างมากกำลังทำตัวประหนึ่งสภาขี้ข้าคุณทักษิณ” ศ.สุรพล กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท