
เพื่อไทยออกแถลงการณ์ โต้"กษิต"
พท. ออกแถลงการณ์ โต้ “กษิต” หลังประณามคณะทูตพบเสื้อแดง ซัด ผิดมารยาท กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
พท. ออกแถลงการณ์ โต้ “กษิต” หลังประณามคณะทูตพบเสื้อแดง ซัด ผิดมารยาท กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน พรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชน ในกรณีที่ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ แสดงความไม่พอใจต่อการที่กลุ่มเอกอัครราชทูตต่างประเทศไปพบปะกับผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง โดยระบุว่าฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าขัดต่อกฎหมายไทย เป็นการก้าวก่ายในกิจกรรมภายในของไทย และถือว่าเป็นการเข้ามาคบค้าสมาคมกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยเนื้อหาในแถลงการณ์มีรายละเอียดดังนี้ 1.นับตั้งแต่ได้มีการปฏิวัติรัฐประหารในปี 2549 เป็นต้นมา ระบอบประชาธิปไตยได้ถูกทำลายและรัฐบาลปัจจุบันนำโดยนายอภิสิทธิ์มิใช่รัฐบาลประชาธิปไตย เนื่องจากได้ละเมิดหลักการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และหลักการของการเป็นมนุษย์ โดยการสั่งสังหารผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ แต่แทนที่รัฐบาลนี้จะออกมารับผิดชอบต่อการกระทำอันโหดเหี้ยมดังกล่าว กลับพยายามปกปิดและกล่าวร้ายป้ายสีฝ่ายตรงกันข้าม อีกทั้งยังไม่ลดละที่จะพยายามปราบปรามประชาชนซ้ำเติมอีก
2.การที่บรรดาเอกอัครราชทูตต่างประเทศไปพบปะกับผู้ชุมนุมมิได้หมายความว่าเขาเหล่านั้นเข้าข้างผู้ชุมนุมหรือก้าวก่ายในกิจการภายในของประทศไทย หากแต่เพียงต้องการที่จะหาข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาไม่สามารถพึ่งข้อมูลที่บิดเบือน ไม่เป็นกลาง และข้อมูลฝ่ายเดียวของสื่อหลักของไทยได้อีกต่อไปแล้ว 3.ที่นายกษิตฯ กล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศในขณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการเมืองนั้น เป็นคำพูดที่น่าเป็นห่วง เพราะการสังหารประชาชนตลอดการปราบปรามประชาชนไม่น่าจะเป็นกระบวนการทางการเมืองที่ถูกต้อง อีกทั้งยังเป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของผู้อื่นซึ่งเป็นสิ่งที่สากลไม่สามารถยอมรับได้
4.ความเห็นของเอกอัครราชทูตต่างประเทศนั้น เป็นการสะท้อนความจริงและความไม่ชอบของมาตการปราบปรามประชาชนของรัฐบาล ซึ่งหากจะปล่อยให้บานปลายแล้วจะกระทบถึงประเทศอื่นด้วย ฉะนั้น รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ควรจะทำใจให้กว้างและยอมรับความเห็นของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ แทนที่จะมุ่งแต่ไล่ล่าทำลายฝ่ายตรงข้ามให้ราบคาบ 5.หากการคบค้าสมาคมกับพ.ต.ท.ทักษิณฯ โดยรัฐบาลต่างประเทศจะเป็นการบั่นทอนความสัมพันธ์ทวิภาคีดังที่นายกษิตฯ อ้างแล้ว ประเทศไทยคงจะมีเพื่อนเหลืออยู่ไม่มากนักในโลกนี้ รัฐบาลนี้ไม่ควรใจแคบและหมกมุ่นอยู่กับการไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณฯ โดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีกับประเทศอื่น การห้ามมิให้รัฐบาลต่างประเทศติดต่อสมาคมกับ พ.ต.ท.ทักษิณฯ อาจถูกมองว่าเป็นการก้าวก่ายในกิจกรรมภายในของประเทศอื่นก็ได้เหมือนกัน
พรรคเพื่อไทยเห็นว่าคำเตือนต่อหัวหน้าคณะทูตต่างประเทศของนายกษิตฯ นั้น เป็นการกระทำที่ผิดต่อมารยาททางการทูตและไม่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประชาคมโลก รัฐบาลนี้ควรตระหนักด้วยว่าได้เข้ามาอย่างไม่ถูกต้องตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย จึงควรที่จะถ่อมตัวมากขึ้นในการดำเนินความสัมพันธ์กับต่างประเทศ แต่วิธีการของนายกษิตฯ มิได้ส่งผลดีแก่ภาพลักษณ์ของประเทศไทย อีกทั้งยังสร้างความลำบากใจให้แก่คณะทูตและบรรดาคณะทูตต่างประเทศในประเทศไทยอีกด้วย







