posttoday
รัฐบาลต้องจริงใจ

รัฐบาลต้องจริงใจ

06 พฤศจิกายน 2556

การออกมาถอดสลักของความขัดแย้งใน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่งออกมาร่วมกันแถลงว่า จะร่วมกันยับยั้งไม่รับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หลังจากนั้นจะต้องส่งคืนกลับให้สภาผู้แทนราษฎร และจะต้องทิ้งไว้ 180 วัน ประธานรัฐสภาจึงจะนำกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้

การออกมาถอดสลักของความขัดแย้งใน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่งออกมาร่วมกันแถลงว่า จะร่วมกันยับยั้งไม่รับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หลังจากนั้นจะต้องส่งคืนกลับให้สภาผู้แทนราษฎร และจะต้องทิ้งไว้ 180 วัน ประธานรัฐสภาจึงจะนำกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้

ถือเป็นการถอดสลักและลดระดับความรุนแรงของความขัดแย้งทางการเมืองลงได้ระดับหนึ่ง ทว่ามิได้ทำให้ไฟที่คุโชนในหัวใจของประชาชนมอดดับลงแม้แต่น้อย

เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่ไว้วางใจรัฐบาล สมาชิกรัฐสภา ซึ่งพรรคเพื่อไทยคุมเสียงข้างมากอยู่ว่าจะผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมขึ้นมาอีกครั้งหรือไม่ในอีก 6 เดือนข้างหน้า

ถึงเวลานี้ นายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่พรรคเพื่อไทยผลักดันจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ จะต้องแสดงความจริงใจด้วยการผลักดันให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกจากรัฐสภา เมื่อที่ประชุมวุฒิสภามีมติยับยั้งและไม่รับร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

ในฐานะผู้นำประเทศ นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่หลักคือต้องหาทางสกัดกั้นปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับผู้คนในประเทศในทุกวิถีทาง ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่ต้องพยายามให้คนในชาติสมัครสมานสามัคคีกลมเกลียวกัน แต่ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยคือหัวเชื้อที่จะสร้างวิกฤตให้กับประเทศ

รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบในทางการเมืองและหน้าที่ในการบริหารประเทศได้ คำชี้แจงว่าการผลักดันกฎหมายเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารไม่สามารถไปก้าวก่ายการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติได้นั้นมิอาจเป็นจริงในทางปฏิบัติ

เนื่องเพราะในทางพฤตินัยรัฐบาลปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความสัมพันธ์กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ในการผลักดันร่างกฎหมายล้างผิดให้กับคนในตระกูลของนายกรัฐมนตรีและอดีตสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสมาชิกวุฒิสภา จึงมีการส่งลูกรับลูกการดำเนินการการออกกฎหมายล้างผิด จนนำประเทศไปสู่วิกฤตรอบใหม่ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงจนหาทางออกไม่ได้

ผู้นำรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร ควรแสดงจุดยืนด้วยการถอนร่างกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อถอดชนวนวิกฤตของประเทศมิให้เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน ประชาชน ฝ่ายการเมือง ก็ควรขบคิดที่จะหาทางสร้างกลไกในการบริหารประเทศใหม่ เพื่อให้ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ มีอิสระจากกันเพื่อป้องกันการผูกขาดทางการเมืองจนนำมาซึ่งปัญหาในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท