posttoday
ไอซีทีชี้ดาวเทียม-มือถือผิดทุกสัญญา

ไอซีทีชี้ดาวเทียม-มือถือผิดทุกสัญญา

30 เมษายน 2553

คณะกรรมการ ไอซีทีชี้ดาวเทียม-มือถือ ผิดทุกสัญญา  พร้อมส่งไม้ต่อครม. สรุปความเสียหาย

คณะกรรมการ ไอซีทีชี้ดาวเทียม-มือถือ ผิดทุกสัญญา  พร้อมส่งไม้ต่อครม. สรุปความเสียหาย

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย  ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแก้สัญญาสัมปทานมือถือและดาวเทียม ตามคำพิพากษา คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 4.6 หมื่นล้านบาท  เปิดเผยว่า ผลสรุปการสอบสวนพบว่าทั้งดาวเทียมและมือถือผิดและสร้างความเสียหายแก่รัฐในทุกสัญญา  แต่ การประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งหมดนั้น ได้ส่งเรื่องให้ ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี  รมว.ไอซีที  ซึ่งจะรายงานเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 4 พ.ค.นี้

ทั้งนี้  ทางคณะกรรมการไม่ได้อิงมูลค่าความเสียหายที่บางหน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)  ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาทมาเปรียบเทียบ เนื่องจากการประเมินความเสียหายของคณะกรรมการไม่ได้ยึดแง่กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงเหตุผลและหลักการในเชิงธุรกิจด้วย ส่งผลให้บางประเด็นไม่สามารถสรุปความเสียหายออกมาเป็นตัวเลขได้ทั้งหมด

สำหรับประเด็นที่ผิดสัญญา แยกเป็น ดาวเทียม  3 เรื่อง คือ 1.ดาวเทียมไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ไม่ใช่เป็นดาวเทียมสำรองของไทยคม 3 เพราะไม่สามารถใช้งานแทนไทยคม 3 ที่มีปัญหาได้ทันที  เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนเทคโนโลยีที่รองรับการใช้งานบรอดคาสต์เป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์)

2.การนำเงินประกันจำนวน 6 ล้านเหรียญสหรัฐที่ได้รับจากการปลดระวางไทยคม 3 ก่อนหมดอายุสัญญาไปเช่าช่องสัญญาณจากดาเวทียมดวงอื่น โดยไม่ส่งคืนกลับไอซีที  และ 3.การลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 51% เหลือ 40%

ส่วนสัญญาของบริษัท ทีโอที คือ  1.เรื่องการแปลงส่วนแบ่งสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต 2. การลดส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ระบบเติมเงิน (พรีเพด) จาก 25% เหลือ 20% และ3. การเปิดโรมมิ่งสัญญาณของ บริษัท ดิจิตอลโฟน หรือ ดีพีซี  กับ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทั้งทีโอที และ กสท โทรคมนาคม 

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า ประเด็นการสอบสวนทั้งหมดและแนวทางการแก้ไขได้ส่งให้ไอซีทีพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อจัดการสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นมีคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน รับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม มูลค่าความเสียหายที่เคยถกเกียงกัน คือ ในส่วนทีโอทีที่ประเมินไว้ที่ 1 แสนล้านบาทจากการที่เอกชนหักส่วนแบ่งรายได้ไปเป็นภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม 3.4 หมื่นล้านบาท และ การแก้ไขสัญญาพรีเพด อีกเกือบ 7 หมื่นล้านบาท  ซี่งในส่วนพรีเพดเห็นไม่ตรงกันกับที่ศาลพิพากษา เนื่องจากศาลประเมินความเสียหายจากปี 2544-2549 รวม 1.4 หมื่นล้านบาท และ ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงหมดอายุสัญญาอีก 5.6 หมื่นล้านบาท  ซึ่งเป็นการประเมินบนพื้นฐานพรีเพดที่เติบโตในอัตรา 2 หลัก แต่ปัจจุบันตลาพรีเพดเติบโตน้อยลงมาก 

 

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด