
กระแสต้านนิรโทษ"จุดติด"
จุดติดแล้ว!!! กับกระแสคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
จุดติดแล้ว!!! กับกระแสคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ดังจะเห็นได้จากความเคลื่อนไหวประกาศไม่เห็นด้วยกับกฎหมายล้างผิดแบบเหมาเข่งที่ปรากฏอยู่ทั่วทุกหัวระแหง ทั้งใน กทม.และเริ่มขยายตัวไปในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับรัฐบาลเพื่อไทย หากยังจะดึงดันเดินหน้าดันกฎหมายฉบับนี้ไปจนสุดซอยอย่างที่ตั้งใจ
เมื่อกระแสคัดค้านรอบนี้ขยายวงไปไกลกว่าที่เคยปรากฏ เพราะไม่ใช่แค่เรื่อง “ฝ่ายค้าน” กับ “รัฐบาล” หรือ “เพื่อไทย” กับ “ประชาธิปัตย์” เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของการต่อสู้กับความถูกต้อง
สัญญาณ “นกหวีด” ที่เริ่มเป่าไปแล้วนั้น จึงไม่ได้ปลุกให้ “ขาประจำ” หรือกลุ่มคนหน้าเดิมๆ ที่เคยออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล หรือระบอบทักษิณ ออกมาเคลื่อนไหวรอบนี้ แต่ยังได้ “เรียกแขก” ให้กลุ่มใหม่ๆ เปิดตัวออกมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ไล่มาตั้งแต่กลุ่มนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ที่นัดรวมตัวกันเป่านกหวีดที่ริมถนนสีลม ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี มีกลุ่มประชาชนออกมาแสดงพลังกันอย่างพร้อมเพรียง และจะยังจัดต่อเนื่องไปทุกสัปดาห์จนกว่าจะยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
มาจนถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) และสมาชิกองค์กรธุรกิจการเงินและการลงทุน อาทิ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ที่เคยรวมตัวกันออกแถลงการณ์คัดค้านกฎหมายล้างผิดที่จะครอบคลุมไปถึงคดีทุจริตด้วยเหตุผลว่าจะทำลายระบบคุณธรรมและจริยธรรมอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังอาจขัดแย้งภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทุจริตของสหประชาชน
ที่สำคัญแม้แต่กลุ่มคณาจารย์มหาวิทยาลัยยังออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย
ดังจะเห็นได้จากอธิการบดีทั้ง 25 มหาวิทยาลัย ได้ร่วมลงนามคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
ยังไม่รวมกับทางคณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ออกมาคัดค้านและเรียกร้องให้ทางวุฒิสภาลงมติคว่ำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว
ถัดมาที่วงการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแพทย์ไทยหัวใจรักชาติ ชมรมแพทย์ชนบท หรือชมรมแพทย์ชนบท 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ต่างก็พร้อมใจกันออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และยืนยันจะคัดค้านอย่างสันติวิธี ทั้งติดป้ายหน้าบ้าน หน้าโรงพยาบาล คัดค้านกฎหมาย
ไม่เว้นแม้แต่แวดวงบันเทิง ที่คนในวงการทั้งดารา นักร้อง หลายต่อหลายคนออกมาโพสต์ข้อความ โพสต์รูปภาพ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ประกาศตัวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
โดยเฉพาะกับพื้นที่ออนไลน์ เวลานี้กระแสคัดค้านไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กำลังขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมลงรายชื่อคัดค้าน การเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ หรือการโพสต์ข้อความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่สำคัญกับกลุ่ม “คนเสื้อแดง” ซึ่งถือเป็นเนื้อเดียวกันกับรัฐบาลเพื่อไทย เวลานี้หลายปีกของเสื้อแดงประกาศตัวชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายล้างผิดแบบเหมาเข่ง ผิดไปจากเนื้อหาเดิมในร่างแรกของวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่เน้นนิรโทษกรรมไปที่ชาวบ้านไม่รวมแกนนำหรือเจ้าหน้าที่รัฐ
กระแสคัดค้านจากคนหลากหลายสาขาอาชีพ หลากหลายกลุ่มเช่นนี้ ย่อมเป็นแรงบีบให้รัฐบาลเพื่อไทยต้องถูกโดดเดี่ยวจากสังคม และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพหากยังคงดึงดันจะเดินหน้าผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมไปจนสุดกระบวนการ
แม้ “ยกแรก” ในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลเพื่อไทยจะใช้เสียงข้างมาก “หักดิบ” ปรับแก้ไขเนื้อหาในชั้นกรรมาธิการจนล้างผิดชนิดสุดซอย และผ่านความเห็นชอบในวาระ 3 ได้แบบไม่ยากเย็น
แต่ใช่ว่าเสียงข้างมากของรัฐบาลเพื่อไทยจะสามารถย่ามใจดึงดันไปจนสุดทาง เพราะสถานการณ์เวลานี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีกระแสคัดค้านอยู่มากกว่าที่คาดคิด
เพราะอย่าลืมว่าเวลานี้ “มวลชน” จากกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่ล่าสุดประกาศหลอมรวมมวลชนกับเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ซึ่งปักหลักในที่มั่นอยู่แยกอุรุพงษ์ กำลังรอจังหวะเวลาออกมาเคลื่อนไหวจริงจัง
สอดรับกับอีกด้านหนึ่ง “ประชาธิปัตย์” ซึ่งประกาศค้านกฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มรูปแบบทั้งในและนอกสภา ได้ยกระดับการชุมนุมนำมวลชนจากเวทีสถานีรถไฟสามเสนไปปักหลักที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เตรียมพร้อมรอเผด็จศึก
ด่านทดสอบต่อไปจึงอยู่ในขั้นตอนต่อไปในการพิจารณาในชั้น “วุฒิสภา” ซึ่งมีคิวเตรียมพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ และเวลานี้หลายฝ่ายพยายามเรียกร้องให้ “สภาสูง” ทำหน้าที่ตัดวงจรความขัดแย้งของสังคมด้วยการโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.นี้
ทั้งนี้ ถ้าวุฒิสภายอมเดินตามเสียงเรียกร้องของสังคม คว่ำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จริง ความรับผิดชอบทุกอย่างก็จะกลับมาอยู่ในมือเสียงข้างมากของรัฐบาลเพื่อไทยว่าจะดึงดันเดินหน้าฝ่ากระแสคัดค้านในสังคม ดันกฎหมายนี้ต่อไปหรือไม่
คำตอบสุดท้ายจึงอยู่ที่รัฐบาลว่าจะยอมเสี่ยงฝืนกระแสสังคม ดันกฎหมายล้างผิดเหมาเข่งเที่ยวนี้หรือไม่ เพราะ “เดิมพัน” รอบนี้ไม่ใช่แค่เก้าอี้นายกฯ หรืออนาคตของรัฐบาล แต่อาจส่งผลไปไกลถึงการเลือกตั้งรอบหน้าอีกด้วย







