
เขมรซุ่มเสริมกำลังชายแดนเขาพระวิหาร
กัมพูชาเสริมกำลังชายแดนปราสาทพระวิหาร กองกำลังสุรนารี พร้อมอพยพประชาชนหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
กัมพูชาเสริมกำลังชายแดนปราสาทพระวิหาร กองกำลังสุรนารี พร้อมอพยพประชาชนหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ทหารกัมพูชาได้เคลื่อนกำลังเข้ามาเสริมบริเวณชายแดนปราสาทพระวิหาร ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันที่ 3 พ.ย. จนถึงเวลา 04.00 น.ของวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเคลื่อนพลด้วยขบวนรถยนต์กว่า 100 คัน แบ่งเป็นช่วงๆ ในการทยอยเดินทางเข้าประชิดพื้นที่แนวชายแดน
พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ฝ่ายกัมพูชาเสริมกำลังก็เป็นการกระทำในเขตเขา ต่างฝ่ายต่างก็ต้องเตรียมพร้อม แต่สิ่งที่ควรระวัง คือ ต้องไม่สร้างเงื่อนไข หรือทำอะไรให้หวาดระแวงกันทั้งไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องการเสริมกำลัง เคลื่อนย้ายกำลัง ทางไทยจะไม่ทำ ทหารทุกคนยังคงอยู่ที่ตั้ง ทำตามหน้าที่ดูแลชายแดนกันไป แล้วก็รักษาสัมพันธ์ด้วย แต่ฝ่ายกัมพูชาก็อ้างว่าทหารที่เข้ามาเป็นกำลังเดิม จากที่เคยถอนออกไปดูแลการเลือกตั้งในกัมพูชาที่ผ่านมา
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวหลังการประชุมสรุปและเตรียมการสำหรับคำพิพากษากรณีปราสาทพระวิหาร ร่วมกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า วันที่ 9 พ.ย.นี้ ได้เตรียมข้อมูลชี้แจงออกอากาศรายการ รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจถึงแนวทางปฏิบัติของไทย
ขณะที่ทหารจากกองกำลังสุรนารี หารือร่วมกับส่วนราชการ จ.ศรีสะเกษ เพื่อวางแนวทางและเตรียมแผนอพยพประชาชนไว้รองรับ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในวันตัดสินคดีปราสาทพระวิหารของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 พ.ย.นี้
ทั้งนี้ ที่ประชุมเตรียมใช้แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เพื่ออพยพประชาชนกว่า 5 หมื่นคน 147 หมู่บ้าน ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.ขุนหาญ ภูสิงห์ และกันทรลักษ์ โดยมอบหมายให้หน่วยงานระดับท้องถิ่นไปซักซ้อมความเข้าใจกับชาวบ้านถึงเส้นทางการอพยพ จุดรองรับผู้อพยพและหลุมหลบภัย เนื่องจากหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน จะได้เคลื่อนย้ายประชาชนได้อย่างทันท่วงที
นายศักดิ์สิทธิ์ พลทรัพย์ศิริ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร กล่าวว่า จำเป็นต้องปิดการท่องเที่ยวบนผามออีแดงอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์ พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนที่อาจจะนำไปสู่ความรุนแรง
ด้านการค้าชายแดนไทยกัมพูชา ที่บริเวณชายแดน จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สระแก้ว และจันทบุรี ยังคงปกติ ชาวไทยและกัมพูชายังข้ามแดนจับจ่ายซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก







