
องค์กรเอกชนรวมตัวต้าน พรบ.นิรโทษกรรม
จากการหารือร่วมกันระหว่างองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งประกอบด้วย 3 ภาคส่วน ได้แก่ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ภาคเอกชน คือ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และภาควิชาการ คือ ที่ประชุมอธิการบดี 27 มหาวิทยาลัย เพื่อแสดงจุดยืนในการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้ข้อสรุปว่า ขณะนี้เกิดกระบวนการแทรกแซงกฎหมายที่กระทบต่อหลักนิติรัฐ และหลักการเรื่องการปราบปรามคอร์รัปชั่น ซึ่งจะทำให้ประเทศประสบปัญหา จึงยื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวต่อวุฒิสภาเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา และหากยังไม่สามารถยับยั้งร่างกฎหมายได้จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
จากการหารือร่วมกันระหว่างองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งประกอบด้วย 3 ภาคส่วน ได้แก่ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ภาคเอกชน คือ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และภาควิชาการ คือ ที่ประชุมอธิการบดี 27 มหาวิทยาลัย เพื่อแสดงจุดยืนในการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้ข้อสรุปว่า ขณะนี้เกิดกระบวนการแทรกแซงกฎหมายที่กระทบต่อหลักนิติรัฐ และหลักการเรื่องการปราบปรามคอร์รัปชั่น ซึ่งจะทำให้ประเทศประสบปัญหา จึงยื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวต่อวุฒิสภาเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา และหากยังไม่สามารถยับยั้งร่างกฎหมายได้จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า การที่ภาคเอกชนและภาควิชาการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เป็นเรื่องของกระบวนการที่จะต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเห็นว่าปัญหานี้จะนำไปสู่วิกฤตของประเทศ
“เราขอให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้มาลงชื่อในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งเราตั้งเป้าจะให้ได้ 1 ล้านชื่อ ตอนนี้ได้ 4 แสนชื่อแล้ว” ประมนต์ กล่าว
ขณะที่ท่าทีของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ สมาคมการค้าและหอการค้าต่างประเทศ มีความเห็นร่วมกันว่าไม่ได้คัดค้านกฎหมายทั้งหมด แต่ฝ่ายนิติบัญญัติควรปรับปรุง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยฟังเสียงส่วนใหญ่ของสังคมด้วย
ด้านอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการประชุม กกร. ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบันกำลังนำไปสู่การเผชิญหน้าในสังคมอย่างกว้างขวางและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย จึงขอให้ทุกฝ่ายเร่งหาทางออกเพื่อคลี่คลายสถานการณ์เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม กกร.ยังไม่ได้มีมติว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยต่อ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เนื่องจากบางส่วนยังไม่ได้มีการสอบถามสมาชิก โดยเฉพาะส่วนของสมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งหลังจากนี้แต่ละส่วนจะไปแถลงจุดยืนของตนเองต่อไปรวมถึงบรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าที่อาจชะลอตัวในช่วงนี้ ซึ่ง
อย่างไรก็ตาม การจะออกมาร่วมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น ในส่วนของสมาคมฯไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีข้อกำหนดระบุไว้ในกฎของสมาคมฯ ที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมือง แต่ด้านสมาชิกผู้ประกอบการธุรกิจ สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยเป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันสมาคมฯมีสมาชิกทั้งสิ้น 8,000 ราย และเริ่มมีการออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านต่อเรื่องนี้ราว 50% หรือประมาณ 4,000 ราย







