
จงเป็นพลังเปลี่ยนประเทศ
เสียงคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ดังกระหึ่มไปทั่วประเทศในขณะนี้ แสดงถึงเจตนารมณ์ของคนในชาติอย่างชัดแจ้งว่า ไม่ยอมให้เสียงข้างมากของฝ่ายนิติบัญญัติมาลบล้างหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม
เสียงคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ดังกระหึ่มไปทั่วประเทศในขณะนี้ แสดงถึงเจตนารมณ์ของคนในชาติอย่างชัดแจ้งว่า ไม่ยอมให้เสียงข้างมากของฝ่ายนิติบัญญัติมาลบล้างหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม
รัฐบาลและรัฐสภาไม่ควรนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะลอยตัวว่าเป็นเรื่องของรัฐสภาไม่ได้
แม้ร่างกฎหมายฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แต่ยังไม่สายที่สภาผู้แทนราษฎรควรจะทบทวนท่าทีใหม่ว่า ที่ดำเนินการไปแล้วนั้นได้ทำไปโดยอิสระหรือไม่ ได้คำนึงถึงความต้องการของประชาชนหรือไม่ ถูกต้องตามหลักนิติธรรมหรือไม่
วุฒิสภาควรจะแสดงออกถึงวุฒิภาวะและหน้าที่ของการเป็นปากเสียงของประชาชน โดยตัดสินใจโหวตไม่เห็นชอบต่อร่างกฎหมายดังกล่าวทันที
การตื่นตัวของประชาชนในครั้งนี้ เป็นเสียงสวรรค์ที่เตือนให้ผู้มีหน้าที่ทั้งหลายได้สำนึกว่า ต้องเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย และต้องรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม อย่าได้ดูถูกหรือแบ่งแยกประชาชนว่าเป็นพวกเขาพวกเรา หาไม่แล้วจะเป็นการผลักไสให้ประเทศเคลื่อนไปตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์อีก
เราขอชื่นชมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคนที่ได้เคลื่อนไหวอย่างสันติวิธี การแสดงออกให้ตระหนักโดยทั่วกันว่า ประชาชนคนไทยมิใช่ไทยเฉย หากแต่พร้อมที่จะลุกขึ้นมารักษาความถูกต้อง ไม่ยอมให้มีการทำลายหลักนิติรัฐหลักนิติธรรม และพร้อมที่จะแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อความเป็นไปของบ้านเมืองของตนเองอย่างเต็มที่ นี่เป็นการแสดงออกถึงความก้าวหน้าของประชาธิปไตยโดยแท้
เราขอชื่นชมสถาบันการศึกษาทั้งหลายที่ได้ลุกขึ้นทำหน้าที่รับใช้สาธารณะ รวมทั้งองค์กรวิชาชีพต่างๆ ที่ได้ช่วยกันปกป้องผลประโยชน์ชาติ
การเคลื่อนไหวของทุกฝ่ายในคราวนี้ นอกจากจะเป็นคุณูปการต่ออนาคตของประเทศในวันข้างหน้าแล้ว ยังจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้นักการเมืองทั้งหลายได้สำนึกว่า หมดเวลาที่เสียงข้างมากจะผูกขาดและตักตวงประโยชน์โดยมิฟังเสียงประชาชนอีกต่อไป และจะเป็นพลังช่วยกันยับยั้งไม่ให้ประเทศเดินเข้าสู่มิคสัญญีอีกครั้ง







